Notice: Undefined index: ADMIN_USER in /var/www/paecthai.opdc.go.th/report/report_data.php on line 4 Notice: Undefined variable: HTTP_GET_VARS in /var/www/paecthai.opdc.go.th/report/Connections/adoconn.php on line 95 Notice: Undefined variable: HTTP_POST_VARS in /var/www/paecthai.opdc.go.th/report/Connections/adoconn.php on line 96 Notice: Undefined variable: HTTP_COOKIE_VARS in /var/www/paecthai.opdc.go.th/report/Connections/adoconn.php on line 97 Notice: Undefined variable: HTTP_SERVER_VARS in /var/www/paecthai.opdc.go.th/report/Connections/adoconn.php on line 101 Notice: Undefined index: action in /var/www/paecthai.opdc.go.th/report/report_data.php on line 20 Notice: Undefined index: report_data in /var/www/paecthai.opdc.go.th/report/adodb/Iakt/drivers/KT_adodb-mysqlt.inc.php on line 148 Notice: Undefined index: report_data in /var/www/paecthai.opdc.go.th/report/adodb/Iakt/drivers/KT_adodb-mysqlt.inc.php on line 150 Notice: Undefined index: action in /var/www/paecthai.opdc.go.th/report/report_data.php on line 44

รายงานผลการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 (รอบ 12 เดือน) ของ ?.?.?.?. ?????????????????? 4

ผลการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการตามประเด็นการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ

ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ

1. การตรวจราชการ

ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ
1. การเสนอโครงการเข้าร่วมตามแผนการตรวจราชการแบบบูรณาการในแต่ละประเด็นนโยบาย ของผู้ตรวจราชการกระทรวงภายใต้ 5 ประเด็นนโยบายสำคัญ ยังไม่มีความเชื่อมโยงกันในลักษณะกระบวนงานย่อย ภายใต้หลักการห่วงโซ่แห่งคุณค่าของประเด็นนโยบายสำคัญ 5 กระบวนงานหลัก

2. การบูรณาการโครงการภายใต้ห่วงโซ่แห่งคุณค่าของประเด็นยุทธศาสตร์จังหวัดและกลุ่มจังหวัดยังคงไม่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจน แม้จะพบว่าในขั้นตอนของการทำแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 ที่เสนอเป็นคำของบประมาณของบางจังหวัด ได้มีการจัดทำแผนปฏิบัติราชการฯในลักษณะที่เป็นกระบวนงานหลักและกระบวนงานย่อยภายใต้แต่ละประเด็นยุทธศาสตร์หรือกลยุทธ์ตามหลักการ Value Chain มาก่อนแล้วก็ตาม
1. ควรพัฒนาระบบสารสนเทศเป็นเครื่องมือในการตรวจราชการอย่างจริงจังในหลายด้าน เช่น การจัดทำตารางสำหรับเก็บข้อมูลเกี่ยวกับโครงการ เพื่อติดตามความก้าวหน้าของแผนงานโครงการที่ตรวจติดตาม โดยอาจจัดทำขึ้นเพื่อทดลองใช้กับโครงการเรื่องใดเรื่องหนึ่งก่อนเป็นการนำร่องและพัฒนาเพิ่มขึ้นในปีต่อๆ ไป ตารางที่จัดทำขึ้นนี้ต้องเปิดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการบันทึกผลการแก้ไขปัญหาเพื่อให้ผู้ตรวจราชการได้รับทราบผลการดำเนินงาน และสามารถนำมาพัฒนาเป็นรายงานการติดตาม/ข้อเสนอแนะตั้งแต่การตรวจรอบแรก และใช้สรุปผลการดำเนินงานหรือปรับปรุงการปฏิบัติงานตามคำแนะนำของผู้ตรวจราชการแบบบูรณาการเพื่อมุ่งผลสัมฤทธิ์ตามนโยบายของรัฐบาลได้ รวมถึงสามารถเก็บบันทึกไว้ในฐานข้อมูลการตรวจราชการได้ด้วย

2. เปิดช่องทางให้ที่ปรึกษาผู้ตรวจราชการภาคประชาชน แจ้งข้อมูลและข้อสังเกตต่างๆ เกี่ยวกับโครงการผ่านทางเว็บไซต์ด้วย

2. การตรวจสอบภายใน

ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ
รายงานผลการตรวจสอบภายในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของศูนย์ปฏิบัติการจังหวัด (Information technology Audit : POC) ทั้ง 8 จังหวัด ยกเว้นจังหวัดมุกดาหาร พบว่า ระบบฐานข้อมูลจังหวัดมีข้อมูลไม่ครบถ้วนและไม่เป็นปัจจุบัน กล่าวคือต้องมีคุณลักษณะของข้อมูลจำนวนรายการภาพรวมตามระบบฐานข้อมูลกลางของกระทรวงมหาดไทยและของจังหวัดอย่างน้อย 3 ประการ เช่น ความครอบคลุม ความถูกต้อง และความทันสมัยใน 2 ส่วน คือ
ส่วนที่ 1 ข้อมูล 45 เรื่อง ตามแนวทางของสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย
ส่วนที่ 2 ข้อมูล 32 ตัวชี้วัด ตามแนวทางของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจ
และสังคมแห่งชาติ

2. ผลการตรวจการตรวจสอบด้านการเงิน การบัญชี (Financial Audit) เรื่องการตรวจนับเงินสด การเก็บรักษาเงิน และรายงานเงินคงเหลือประจำวัน การรับและการนำส่งเงินรายได้แผ่นดิน การจัดทำทะเบียนคุมทางการเงิน การจัดทำรายงานทางการเงิน และเงินฝากธนาคาร พบว่า หน่วยรับตรวจบางหน่วยงานทุกจังหวัด ยังประสบปัญหาในลักษณะเดียวกัน เช่น จัดทำรายงานเงินคงเหลือประจำวันไม่เป็นปัจจุบัน ทำให้ไม่สามารถทราบว่าเงินสดคงเหลือในมือมีจำนวนที่ถูกต้องเท่าใด ถ้ามีเป็นเงินที่รับมาจากรายการใดจึงไม่สามารถควบคุมเงินได้ ขาดระบบการตรวจสอบและสอบทานยอดเงินคงเหลือประจำวัน หรือ จัดทำทะเบียนคุมทางการเงินไม่ครบถ้วนและหน่วยงานได้มอบหมายให้เจ้าพนักงานธุรการเป็นผู้ปฏิบัติงานการเงินและบัญชีเนื่องจากไม่มีบุคลากรทางการเงินและบัญชี จึงขาดความเข้าใจในเรื่องการจัดทำทะเบียนคุม ซึ่งใช้บันทึกและควบคุมรายละเอียดเกี่ยวกับเอกสารและข้อมูลทางการเงินเพื่อประโยชน์ในการควบคุมการปฏิบัติงาน และนำข้อมูลไปจัดทำรายงานทางการเงิน เป็นต้น

3. ผลการตรวจการตรวจสอบด้านการตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎระเบียบ (Compliance Audit) เรื่องการควบคุมและการใช้ใบเสร็จรับเงิน เงินทดรองราชการ เงินยืมราชการ การบริหารทรัพย์สิน ยานพาหนะ และเอกสารหลักฐานประกอบการเบิกจ่าย พบว่า หน่วยรับตรวจบางหน่วยงาน
ทุกจังหวัด ยังประสบปัญหาในลักษณะเดียวกัน เช่น สัญญาการยืมเงินไม่ลงวันที่ยืมเงิน/ไม่ลงวันที่อนุมัติ/ไม่ลงวันที่รับเงิน และไม่ได้ระบุวันที่ครบกำหนดส่งใช้เงินยืม ทำให้ผู้ยืมและเจ้าหน้าที่ไม่ทราบวันครบกำหนด เพื่อเร่งรัดติดตามการส่งใช้ หรือการจัดทำทะเบียนคุมครุภัณฑ์ไม่เป็นปัจจุบันและไม่ได้กำหนดรหัสครุภัณฑ์ให้ครบถ้วน เป็นต้น
สำนักงานจังหวัด โดยศูนย์ปฏิบัติการจังหวัด
ควรดำเนินการดังนี้
1) เสนอรายการปฏิบัติงานให้คณะกรรมการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของจังหวัดได้รับทราบ รวมถึงปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงาน
2) แต่งตั้งคณะทำงานพัฒนาระบบฐานข้อมูลกลางจังหวัด ซึ่งเป็นผู้แทนของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ที่รับผิดชอบในการนำเข้าข้อมูลในระบบฐานข้อมูลกลาง และเป็นผู้มีพื้นฐานความรู้ด้านการจัดเก็บข้อมูลของหน่วยงานหรือระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
3) จัดทำแผนการจัดเก็บข้อมูลและติดตาม
การนำเข้าข้อมูลประจำปีที่ชัดเจน เน้นการมีส่วนร่วมของหน่วยงานที่จัดเก็บข้อมูลและข้อมูลพื้นฐานของแต่ละหน่วยงาน และปรับปรุงข้อมูลให้ทันสมัย

ผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัด และคลังจังหวัด ควรกำชับให้เจ้าหน้าที่การเงินปฏิบัติหน้าที่ด้านการเงิน การบัญชี ดังนี้
2.1 เจ้าหน้าที่การเงินต้องรายงานเงินคงเหลือประจำวันใช้เป็นหลักฐานตรวจสอบยอดเงินคงเหลือในบัญชีเงินสดในระบบ GFMIS ตามระเบียบการเบิกจ่ายเงินจากคลัง การเก็บรักษาเงินและการนำเงินส่งคลังพ.ศ. 2551 ข้อ 88 โดยเคร่งครัด
2.2 ให้จัดทำทะเบียนคุมทางการเงินเพื่อบันทึกรายการเอกสารข้อมูลทางการเงินและเป็นเครื่องมือในการติดตาม ป้องกันและควบคุมในการปฏิบัติงานการเงิน ดังนี้
1) ทะเบียนคุมการใช้รหัสผ่านระบบ GFMIS (แยกตามสิทธิ)
2) ทะเบียนคุมการสร้างข้อมูลหลักผู้ขาย
3) ทะเบียนคุมการขอเปลี่ยนแปลงข้อมูล
หลักผู้ขาย
4) ทะเบียนคุมงบประมาณรายจ่าย
5) ทะเบียนคุมหลักฐานขอเบิก
6) ทะเบียนคุมการรับและนำส่งเงิน
7) ทะเบียนคุมเงินทดรองราชการ
8) ทะเบียนคุมลูกหนี้เงินยืม

ผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าสำนักงานจังหวัด
และหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัด ต้องกำชับให้เจ้าหน้าที่ศึกษากฎระเบียบที่เกี่ยวข้องให้เข้าใจ
และปฏิบัติตามกฎระเบียบเหล่านั้นให้ครบถ้วน เช่น
3.1 สอบทานรายชื่อผู้ยืมเงินทดรองราชการ
ให้ละเอียดก่อนที่จะจ่ายเงินยืมรายใหม่ เพื่อป้องกันมิให้จ่ายเงินยืมให้กับผู้ยืมรายเก่าที่ยังไม่ส่งใช้เงินยืมให้เป็นไปตามระเบียบการเบิกจ่ายเงินจากคลัง การเก็บรักษาเงินเบิกจ่ายเงินจากคลัง การเก็บรักษาเงินและการนำเงินส่งคลัง พ.ศ. 2551 ข้อ 54
โดยเคร่งครัด
3.2 เมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับมอบวัสดุครุภัณฑ์จากการซื้อหรือรับโอน ควรกำชับให้ผู้รับผิดชอบตรวจสอบรายการวัสดุครุภัณฑ์ให้ครบถ้วน และปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 ข้อ 152 – 154

3. การควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยง

ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ
หลายจังหวัดได้สรุปข้อค้นพบที่สะท้อนให้เห็นจุดอ่อนที่มีนัยสำคัญที่มีผลกระทบต่อการปฏิบัติงานของจังหวัด ทั้งในภารกิจหลักและภารกิจสนับสนุน จุดอ่อนร่วมที่พบ คือ จังหวัดได้ระบุสิ่งที่ควรปรับปรุงเพิ่มเติมในองค์ประกอบสภาพแวดล้อมในการควบคุม คือ ส่วนใหญ่จังหวัดมีอัตรากำลังไม่เพียงพอ บุคลากรขาดความรู้ ความเข้าใจในกฎ ระเบียบ และข้อบังคับต่างๆ และทักษะในการปฏิบัติงาน การมอบหมายงานยังไม่ตรงกับตำแหน่ง เจ้าหน้าที่ไม่ปฏิบัติตามวิธีการควบคุมอย่างเคร่งครัด รวมทั้งยังไม่เข้าใจและขาดการมีส่วนร่วมในการวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยง การติดตามประเมินผลนั้น พบว่า มีการติดตามผลการควบคุมภายในของจุดอ่อนที่เกิดขึ้น และมีการปรับปรุงแก้ไข ติดตาม แต่มีบางหน่วยงานที่ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ
ตามที่กำหนด แต่ก็มีการเร่งรัดดำเนินการให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ และกิจกรรมการควบคุมไม่ปฏิบัติอย่างเคร่งครัดและระบุความเสี่ยงไม่ครบทุกภารกิจของหน่วยงาน สำหรับระยะเวลาดำเนินการของแผนการปรับปรุงการควบคุมภายในส่วนใหญ่มีระยะเวลาสิ้นสุดการดำเนินการวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2554
1. เพื่อให้การปฏิบัติงานเกิดประสิทธิภาพตามกระบวนการควบคุม กำกับ ดูแลของฝ่ายบริหาร เป็นไปตามกระบวนควบคุมภายใน และประชาชนได้รับประโยชน์โดยตรง ควรจัดให้มีการวางระบบ
การควบคุมภายในของกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างทั่วถึง

2. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินและกรมบัญชีกลางควรจัดให้มีการเพิ่มพูนความรู้ด้านการวางระบบการควบคุมภายใน เพื่อพัฒนาความรู้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานอย่างสม่ำเสมอ
และหน่วยงานต้องทบทวนการวางระบบควบคุมภายใน หรือกำหนดกิจกรรมควบคุมเพิ่มจากเดิมหรือปรับปรุงแก้ไขใหม่

3. จังหวัดต้องกำหนดให้มีการประเมินความเสี่ยงทุกภารกิจทั่วทั้งองค์กรเพื่อกำหนดการควบคุมที่จำเป็น เกิดความคุ้มค่าและเพียงพอ และผู้บริหารทุกระดับต้องสอดส่องดูแลการปฏิบัติงานของผู้ใต้บังคับบัญชาในเรื่องสำคัญและติดตามการปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ หรือวิธีการควบคุมโดยใกล้ชิด

4. ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องสั่งการให้เจ้าหน้าที่ทุกคนศึกษาระเบียบฯ ให้เข้าใจถึงความสำคัญและประโยชน์ของระบบการควบคุมภายใน เพื่อให้เกิดกระบวนการดำเนินงานควบคุมภายในได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

4. การปฏิบัติราชการตามคำรับรองการปฏิบัติราชการ

ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ
รายงานผลการปฏิบัติราชการตามคำรับรองการปฏิบัติราชการของจังหวัดในภาพรวม
ส่วนใหญ่ครอบคลุมตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ มีวิธีการจัดเก็บข้อมูลที่สามารถแสดงถึงแหล่งที่มาของข้อมูลได้ค่อนข้างชัดเจน สามารถประมวลผลการดำเนินงานได้ตรงตามคำนิยาม สูตรการคำนวณที่คณะกรรมการเจรจาข้อตกลงและประเมินกำหนดไว้ หรือเป็นไปตามกรอบการประเมินผลฯ

แต่ยังขาดความครบถ้วนในบางประเด็น เช่น ปัจจัยสนับสนุนต่อการดำเนินงาน อุปสรรคต่อการดำเนินงาน ข้อเสนอแนะสำหรับการดำเนินงานในปีต่อไป และหลักฐานอ้างอิง การรายงานผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดบางตัวมีความคลาดเคลื่อนและขาดการให้รายละเอียดข้อมูลดำเนินงานตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ และยังมีตัวชี้วัดบางตัวที่ยังไม่ทราบค่าคะแนน เนื่องจากต้องรอข้อมูลจากหน่วยงานส่วนกลาง สำหรับผลการประเมินตนเองของจังหวัดโดยส่วนใหญ่ถูกต้องแม่นยำตรงตามเกณฑ์การให้คะแนน
1. จังหวัดควรให้ความสำคัญกับการจัดระบบการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานตามคำรับรองการปฏิบัติราชการ และการใช้จ่ายเงินตามแผนงาน/โครงการ/กิจกรรมที่กำหนดไว้ (โดยเฉพาะโครงการสำคัญภายใต้ประเด็นยุทธศาสตร์

2. กระทรวงมหาดไทยควรพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศเกี่ยวกับการจัดทำคำรับรองการปฏิบัติราชการของจังหวัดให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อเป็นฐานข้อมูลกลางในการดำเนินงานตามคำรับรองการปฏิบัติราชการที่ถูกต้องครบถ้วน , รองรับกับการเปลี่ยนแปลงผู้กำกับดูแลตัวชี้วัด หรือผู้จัดเก็บข้อมูลที่อาจมีการโยกย้าย และเป็นเครื่องมือประกอบการตัดสินใจในการกำหนดตัวชี้วัด เกณฑ์การให้คะแนนในปีต่อๆ ไป

5. รายงานการเงิน

ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ
จังหวัดส่วนใหญ่จากจำนวน 14 จังหวัด ได้จัดทำเอกสารรายงานการเงินครบถ้วน โดยนำเสนอรายงานการเงินที่จัดทำรายงานด้วยระบบ GFMIS แล้ว 1. ผู้บริหารระดับสูงของจังหวัดและหน่วยเบิกจ่ายควรได้รับการฝึกอบรมเรื่อง
การวิเคราะห์รายงานการเงินของจังหวัดและเข้าใจความหมายของรายการต่างๆ ในรายงานการเงินเป็นอย่างดี จนทำให้สามารถตัดสินใจและวางแผนการดำเนินงานต่างๆ ของจังหวัด ได้อย่างมีประสิทธิผล

2. กรมบัญชีกลางควรจัดทำคู่มือการอ่านและวิเคราะห์รายงานการเงินของจังหวัดให้ผู้บริหารระดับสูง เช่น ผู้ว่าราชการจังหวัด , รองผู้ว่าราชการจังหวัด และปลัดจังหวัด นำไปใช้ในการพิจารณาเพื่อประกอบการตัดสินใจ เนื่องจากรายงานการเงินของจังหวัดมีความแตกต่างจากของธุรกิจและยังไม่มีผู้ใดได้จัดทำเป็นคู่มือเผยแพร่

6. การสอบทานกรณีพิเศษ

ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ
1. โครงการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยและได้มาตรฐาน (GAP)

1. การกำหนดเป้าหมายเกษตรกร/ชนิดพืช ที่จะเข้าสู่การผลิตสินค้าเกษตรด้านพืชตามระบบการจัดการคุณภาพการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) ของกรมส่งเสริมการเกษตรกับหน่วยงานที่ทำการตรวจรับรองของกรมวิชาการเกษตร ยังไม่สอดคล้องกันเท่าที่ควรและมีข้อจำกัดในด้านงบประมาณ

2. การคัดเลือกเกษตรกรเพื่อพัฒนาเข้าสู่ระบบ
การรับรองมาตรฐาน GAP ยังไม่ตรงกับความต้องการที่แท้จริงของเกษตรกร จึงส่งผลให้
- เกษตรกรไม่เห็นความสำคัญของระบบการรับรองมาตรฐาน GAP
- ราคาขายผลผลิตที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP
กับที่ไม่ได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP ราคายังไม่สูงขึ้นในระดับที่สามารถจูงใจได้
- เกษตรกรประสบความยุ่งยากในการบันทึกข้อมูลและจัดทำรายงานที่ใช้ในการตรวจสอบ นอกจากนี้เกษตรกรส่วนใหญ่มีความรู้ไม่เพียงพอที่จะเข้ารับรอง GAP
- เกษตรกรให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการจำนวนมากทำให้ปริมาณสินค้าเกษตรที่จะต้องทำการตรวจประเมินมีปริมาณที่สูง ทำให้เจ้าหน้าที่ตรวจรับรองไม่ทันในฤดูกาลผลิต
- ชนิดพืชในการตรวจรับรองมาตรฐาน GAP
มีจำนวนมากและพืชบางชนิดมีอายุสั้น จึงทำให้เจ้าหน้าที่ตรวจรับรองไม่ทันในฤดูกาลผลิต

3. เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ยังไม่มีส่วนร่วมในการกำหนดเป้าหมายเกษตรกร/ชนิดพืช ที่จะเข้าสู่ระบบการรับรองมาตรฐาน GAP หรือถ้ามีส่วนร่วมก็ยังคงมีน้อยราย


1. ควรให้กรมส่งเสริมการเกษตรและกรมวิชาการเกษตร ดำเนินการจัดทำข้อตกลงในด้านการส่งเสริม
และตรวจประเมินให้มีการดำเนินงานที่สอดคล้องกัน
และจัดสรรงบประมาณให้เพียงพอ มีการบูรณาการกันระหว่างงบประมาณของหน่วยงานและงบประมาณจังหวัดในการส่งเสริมการดำเนินงานในเรื่องนี้
2.1 ควรคัดเลือกเกษตรกรที่มีผลผลิต
เชิงพาณิชย์สูงและต้องการใช้ประโยชน์จากการรับรองมาตรฐาน GAP จริง
2.2 ควรกำหนดโซนหรือพื้นที่ในการผลิตอาหารปลอดภัย เพื่อสะดวกในการส่งเสริม
การบริหารจัดการ รวมทั้งควรให้ความสำคัญ
เรื่องต้นทุนการผลิต คุณภาพการผลิต และด้านการตลาด
2.3 ควรให้ความสำคัญเรื่องการลดต้นทุน
เพิ่มคุณภาพ ประสิทธิภาพการผลิตและความปลอดภัยต่อผู้บริโภค
2.4 ควรจัดลำดับความสำคัญของชนิดพืช
และเกษตรกรที่จะต้องทำการตรวจรับรอง GAP
และควรแจ้งช่วงเวลาเข้าตรวจสอบเพื่อตรวจรับรองให้ทันกับฤดูกาลเพาะปลูกของเกษตรกร
2.5 ควรให้หน่วยงานภายนอกที่มีความรู้
ความชำนาญ และความเชี่ยวชาญ มาร่วมหรือช่วยแบ่งเบาในการตรวจรับรองมาตรฐาน GAP ด้วย
ก็จะสามารถตรวจรับรองได้รวดเร็ว จำนวนมากขึ้น รวมทั้งทันต่อความต้องการของเกษตรกร
2.6 ควรประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกร
ให้ความสำคัญและสนใจให้ผลผลิตผ่านการรับรอง GAP ให้มากขึ้น เนื่องจากจะส่งผลดีต่อสุขภาพเกษตรกร และผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญ
กับผลผลิตที่ปลอดภัย ไร้สารพิษเจือปน

3. ควรวางกรอบแนวทางให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่
มีส่วนร่วมในการกำหนดเป้าหมายเกษตรกร/ชนิดพืช เพื่อให้ได้เกษตรกรที่มีความต้องการที่จะเข้าสู่ระบบการรับรองมาตรฐาน GAP อย่างแท้จริง
ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ
2. แผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยระดับจังหวัด

ทุกจังหวัดได้มีการจัดทำแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด โดยแผนดังกล่าวได้มีรูปแบบ เนื้อหาไปในทิศทางเดียวกัน ประกอบด้วย
ส่วนที่ 1 หลักการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้แก่ ข้อมูลพื้นฐานของจังหวัดการวิเคราะห์สภาพแวดล้อม วิสัยทัศน์ พันธกิจ และเป้าประสงค์
ในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แผนงาน
ในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หลักการปฏิบัติการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยการจัดตั้งกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
การปฏิบัติก่อนเกิดสาธารณภัย การปฏิบัติเมื่อเกิด
สาธารณภัย และการปฏิบัติหลังเกิดสาธารณภัย
ส่วนที่ 2 กระบวนการป้องกันและบรรเทา
สาธารณภัย ได้แก่ การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยพร้อมแผนภูมิจากการคมนาคมและขนส่ง การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยพร้อมแผนภูมิจากพายุหมุนเขตร้อน การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยพร้อมแผนภูมิจากอัคคีภัย การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยพร้อมแผนภูมิจากภัยแล้ง การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยพร้อมแผนภูมิจากอากาศหนาวการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยพร้อมแผนภูมิจากอุทกภัยและดินโคลนถล่มและการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยพร้อมแผนภูมิจากไฟป่าและหมอกควัน
ส่วนที่ 3 กระบวนการป้องกันและบรรเทา
สาธารณภัยด้านความมั่นคง ได้แก่ การป้องกัน
และบรรเทาสาธารณภัยด้านความมั่นคง และการป้องกันและระงับการชุมนุมประท้วงและก่อจลาจล


ข้อมูลที่ควรมีในทุกจังหวัด เพื่อป้องกัน
และบรรเทาสาธารณภัย และการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจากอุทกภัย วาตภัย โคลนถล่ม และภัยแล้ง
1. ข้อมูลพื้นฐาน
- ข้อมูลพื้นฐานของจังหวัดและเส้นทางคมนาคม
- แผนที่เสี่ยงภัยของจังหวัด ทั้งอุทกภัยและภัยแล้ง
- แผนที่และข้อมูลแหล่งน้ำ เขื่อน ฝาย แก้มลิง และแม่น้ำลำคลอง
- ทำเนียบส่วนราชการ/หน่วยงาน
ที่เกี่ยวข้อง และหมายเลขโทรศัพท์
- ผลการวิเคราะห์ความเสี่ยงด้านอุทกภัย
และภัยแล้งของจังหวัด เพื่อหาแนวทางป้องกันและบรรเทาปัญหา
- แผนงาน/โครงการ/กิจกรรม ในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยประจำปี
และระยะยาวของจังหวัด
- แผนการจัดหาเครื่องจักร เครื่องมือ ตลอดจนบัญชีเครื่องจักรกลที่มีอยู่ ตามประเภท จำนวน และผู้รับผิดชอบในจังหวัด
- บัญชีรายชื่อผู้เชี่ยวชาญ สาขาความเชี่ยวชาญ หน่วยงานในจังหวัด และหมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้
- แผนภูมิและผู้รับผิดชอบในการปฏิบัติการและหน่วยงานที่ร่วมบูรณาการการป้องกัน
และบรรเทาสาธารณภัย
- รูปแบบการเตือนและประกาศภัยพิบัติ
- วิธีการสื่อสารและประชาสัมพันธ์
เมื่อเกิดภัยพิบัติ
- รูปแบบและวิธีการชดเชยความเดือดร้อนของผู้ประสบภัยพิบัติ
2. อุทกภัย
- การรายงานสถานการณ์การเกิดอุทกภัย และสถิติความเสียหายจากอุทกภัยย้อนหลัง
- การรายงานสรุปการให้ความช่วยเหลือ
ผู้ประสบอุทกภัยและสถิติย้อนหลัง
3. ภัยแล้ง
- การรายงานสถานการณ์การเกิดภัยแล้ง และสถิติความเสียหายจากภัยแล้งย้อนหลัง
- การรายงานสรุปการให้ความช่วยเหลือ
ผู้ประสบภัยแล้งและสถิติย้อนหลัง
4. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
- แผนงาน/โครงการองค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิ่น ที่สอดคล้องกับแผนป้องกัน
และบรรเทาสาธารณภัยของจังหวัด
- แผนปฏิบัติการป้องกันและบรรเทา
สาธารณภัยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ที่สอดคล้องกับแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของจังหวัด

7. การสอบทานกรณีอื่นๆ