Notice: Undefined index: ADMIN_USER in /var/www/paecthai.opdc.go.th/report/report_data.php on line 4 Notice: Undefined variable: HTTP_GET_VARS in /var/www/paecthai.opdc.go.th/report/Connections/adoconn.php on line 95 Notice: Undefined variable: HTTP_POST_VARS in /var/www/paecthai.opdc.go.th/report/Connections/adoconn.php on line 96 Notice: Undefined variable: HTTP_COOKIE_VARS in /var/www/paecthai.opdc.go.th/report/Connections/adoconn.php on line 97 Notice: Undefined variable: HTTP_SERVER_VARS in /var/www/paecthai.opdc.go.th/report/Connections/adoconn.php on line 101 Notice: Undefined index: action in /var/www/paecthai.opdc.go.th/report/report_data.php on line 20 Notice: Undefined index: report_data in /var/www/paecthai.opdc.go.th/report/adodb/Iakt/drivers/KT_adodb-mysqlt.inc.php on line 148 Notice: Undefined index: report_data in /var/www/paecthai.opdc.go.th/report/adodb/Iakt/drivers/KT_adodb-mysqlt.inc.php on line 150 Notice: Undefined index: action in /var/www/paecthai.opdc.go.th/report/report_data.php on line 44

รายงานผลการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 (รอบ 12 เดือน) ของ ?.?.?. ???????????????????

ผลการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการตามประเด็นการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ

ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ

1. การตรวจราชการ

ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ
1.1) ผลการตรวจราชการในภาพรวม ผู้ตรวจราชการในสังกัดฯ (กระทรวงฯ กรมธนารักษ์ กรมสรรพากร) มีการรายงานผลการตรวจราชการ (ซึ่งเป็นการตรวจพบทางด้านการเงินการบัญชีและการดำเนินงานที่มีข้อผิดพลาดบกพร่องที่มิได้มีนัยสำคัญแต่อย่างใด) มีความน่าเชื่อถือโดยผู้บริหารของส่วนราชการในสังกัดฯ ได้มีการพิจารณาสั่งการตามข้อเสนอแนะ และหน่วยรับตรวจได้มีการดำเนินการตามข้อเสนอแนะ
1.2) ปัญหาอุปสรรคในการดำเนินการตรวจและการขอรับการสนับสนุน ของผู้ตรวจราชการในสังกัดฯ สรุปได้ดังนี้
๑.๒.1) ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง : การไม่ได้รับความร่วมมือจากหน่วยรับตรวจในบางแห่งในการส่งข้อมูลเอกสารเพิ่มเติมล่าช้า และการขอรับการสนับสนุนงบประมาณค่าใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ในการติดต่องานตรวจราชการสำหรับเจ้าหน้าที่ระดับล่างซึ่งมีรายได้น้อย และปัจจุบันต้องรับภาระเอง
๑.2.๒) ผู้ตรวจราชการกรมธนารักษ์ : การจัดโครงสร้างของกลุ่มงานตรวจราชการยังไม่เหมาะสม และอัตราทีมงานช่วยสนับสนุนงานตรวจไม่เพียงพอ และรถยนต์พาหนะที่จะใช้ในการออกตรวจไม่เพียงพอ
๑.๒.3) ผู้ตรวจราชการกรมสรรพากร : ไม่มี
1.3) การตรวจแบบบูรณาการของผู้ตรวจราชการกรมสรรพากร ซึ่งได้จัดให้มีการตรวจแบบบูรณาการร่วมกันภายในกรมฯ โดยเบื้องต้นเป็นการเปิดโอกาสให้หน่วยรับตรวจเข้ามามีส่วนร่วมในส่วนงานตรวจราชการ งานวางแผนและประเมินผล ซึ่งนับเป็นเรื่องที่ดีและเป็นประโยชน์ทั้งแก่ผู้รับตรวจ และผู้ตรวจ ตลอดจนผู้บริหาร
(1) ผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ ควร จัดให้มีการตรวจแบบบูรณาการร่วมกันระหว่างผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ และผู้ตรวจราชการกรมฯ เพื่อให้การตรวจราชการแบบบูรณาการมีการพัฒนามากยิ่งขึ้นและมีความครอบคลุมทุกภาคส่วนไม่เกิดความซ้ำซ้อน

(2) ผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ ควร จัดให้มีการประชุมร่วมกันระหว่างผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ และผู้ตรวจราชการกรมฯ เป็นประจำโดยสม่ำเสมอ เพื่อให้เกิดการปรึกษาหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อมูลระหว่างกัน ซึ่งจะพัฒนาปรับปรุงการตรวจราชการให้มีความก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น

(3) ผู้บริหารของกระทรวงฯ กรมธนารักษ์ และกรมสรรพากร ควร พิจารณาให้การสนับสนุนตามความเหมาะสม เพื่อแก้ไขปัญหาอุปสรรคและสนับสนุนให้ผู้ตรวจราชการในสังกัดฯ สามารถปฏิบัติงานตรวจได้อย่างเต็ม

(4) จากการที่ผู้ตรวจราชการกรมสรรพากรมี 6 คน และมีโครงสร้างแบ่งเป็น 6 กลุ่มงาน แยกต่างหากจากกันอย่างชัดเจน ทำให้การตรวจราชการในองค์ภาพรวม โดยเฉพาะการรายงานผลอาจไม่ชัดเจนเพียงพอที่จะให้ข้อมูลแบบภาพรวมแก่ผู้บริหารของกรมฯ นำไปใช้พิจารณาตัดสินใจบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และทันเวลา ดังนั้น ผู้บริหารของกรมสรรพากร ควร มีการมอบหมายให้ผู้ตรวจราชการคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่ในการประมวลสรุปผลการตรวจราชการในภาพรวมและรายงานต่อผู้บริหารกรมฯ เป็นประจำโดยสม่ำเสมอ

2. การตรวจสอบภายใน

ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ
2.๑) การจัดทำกฎบัตร : หน่วยตรวจสอบภายในมีการจัดทำกฎบัตรโดยมีเนื้อหาสาระเป็นไปตามที่มาตรฐานและกฎระเบียบที่กำหนด และในปี ๒๕๕4 หน่วยตรวจสอบภายในสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจได้มีการจัดทำกฎบัตรฉบับใหม่ นอกนั้นคงใช้ฉบับเดิม

2.2) การประเมินตนเอง : หน่วยตรวจสอบภายในได้ทำการประเมินตนเองและจัดส่งให้กรมบัญชีกลางตามที่กำหนด ซึ่งผลการประเมินตนเองในภาพรวม มิได้มีการแสดงรายการที่บ่งชี้ว่ามีการดำเนินการใดผิดปกติ
ตามมาตรฐานข้อ 1312 กำหนดให้มีหน่วยตรวจสอบภายในจัดให้มีการประเมินจากภายนอก ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างที่กรมบัญชีกลางจัดการประเมินหน่วยตรวจสอบภายในของส่วนราชการต่างๆ

2.3) การวางแผนและการปฏิบัติงานตรวจสอบ : ผู้ตรวจสอบภายในได้วางแผนการตรวจสอบได้ครอบคลุมประเภทการตรวจตามที่ระเบียบคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ตรวจสอบภายใน พ.ศ. ๒๕๔๖ และระเบียบกระทรวงฯ ว่าด้วยการตรวจสอบภายในของส่วนราชการ พ.ศ. ๒๕๕๑ กำหนดไว้ และสามารถปฏิบัติงานได้สำเร็จตามแผนภายใต้ข้อจำกัดด้านอัตรากำลังและเวลา

2.4) การตรวจสอบโครงการตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ๒๕๕๕ : ผู้ตรวจสอบภายในได้ตรวจสอบโครงการฯ เสร็จสิ้นแล้ว โดยโครงการฯ ส่วนใหญ่ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้วยกเว้นบางโครงการฯ ที่มีวงเงินสูงและมีระยะเวลาดำเนินการหลายปี เช่น โครงการก่อสร้างศูนย์ประชุมและนิทรรศการนานาชาติภูเก็ต มีวงเงิน ๒,๖๐๐ ล้านบาท ซึ่งมีกำหนดเสร็จปี 2557 และการดำเนินการโครงการฯ มีการปฏิบัติตามประกาศ คตง. ตามระเบียบพัสดุ และตามแผนการจัดซื้อจัดจ้าง
(1) การประเมินจากภายนอก กรมบัญชีกลาง ควร ให้ความสำคัญกับการจัดปรับปรุงพัฒนาหน่วยตรวจสอบภายในควบคู่ไปกับการจัดอบรมพัฒนาให้กับผู้ตรวจสอบภายใน ซึ่งไม่สามารถเข้าอบรมได้อย่างทั่วถึง รวมทั้งให้คำนึงถึงกรณีที่ผู้ตรวจสอบภายในบางคนที่ได้รับการอบรมแล้วย้ายออกจากสายงาน

(2) ตามที่สำนักงาน ก.พ. ได้มีมติปรับปรุงหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการกำหนดตำแหน่งประเภทวิชาการ (ตามหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1008/ว 29 ลงวันที่ 22 พฤศจิกายน 2554) และเพื่อให้ระบบการตรวจสอบภายในมีความเข้มแข็งอย่างเพียงพอที่จะเป็นเครื่องมือช่วยสนับสนุนให้ข้อมูลแก่ผู้บริหารใช้พิจารณาตัดสินใจ และช่วยให้คำแนะนำปรึกษาแก่หน่วยรับตรวจในการที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับหน่วยงาน ผู้บริหารของกระทรวงฯ และกรมในสังกัดฯ ควร ให้ความสำคัญในการใช้การตรวจสอบภายในเป็นเครื่องมือในการบริหารงาน และกำกับดูแลการจัดปรับปรุงระดับตำแหน่งของผู้ตรวจสอบภายในในสังกัดฯ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ฯ ที่กำหนด

3. การควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยง

ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ
3.๑) การควบคุมภายใน
๓.๑.1) การควบคุมภายในตามระเบียบ คตง. ว่าด้วยการกำหนดมาตรฐานการควบคุมภายใน พ.ศ. ๒๕๔๔ ข้อ ๖ : กระทรวงฯ มีโครงสร้างการควบคุมภายในเป็นไปตามมาตรฐานการควบคุมภายในฯ และมีการควบคุมที่เพียงพอมีประสิทธิผลตามสมควร โดยบางกิจกรรมยังคงมีความเสี่ยงอยู่บ้างที่ต้องปรับปรุงกระบวนการควบคุม ซึ่งจุดอ่อนที่มิได้ส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงานของกระทรวงฯ ในอันที่จะดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพตามภารกิจ ยุทธศาสตร์ รวมทั้งกระบวนงานหลักขององค์กร
๓.๑.2) การประเมินการควบคุมภายในตามแผนการปรับปรุงขององค์กรภายใต้แผนปฏิบัติงานของส่วนราชการที่รองรับประเด็นยุทธศาสตร์และกลยุทธ์ของกระทรวงฯ ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ : ทุกกรมในสังกัดฯ ได้ดำเนินการตามแผนปรับปรุงฯ

3.๒) การบริหารความเสี่ยง
๓.๒.1) การบริหารความเสี่ยงระดับกรม ทุกกรมในสังกัดฯ ได้มีการบริหารความเสี่ยงตามแผนงาน/โครงการ/กิจกรรมที่รองรับประเด็นยุทธศาสตร์และกลยุทธ์ของกระทรวงฯ
๓.๒.2) การบริหารความเสี่ยงในภาพรวมของกระทรวงฯ กำลังมีการดำเนินการตามขั้นตอนการบริหารความเสี่ยงของกลุ่มภารกิจ (ด้านทรัพย์สิน ด้านรายจ่ายและหนี้สิน ด้านรายได้ และด้านอำนวยการ) ซึ่งเมื่อ ค.ต.ป.ประจำกระทรวงการคลัง ได้รับข้อมูลนี้จะทำให้จะสามารถสอบทานการบริหารความเสี่ยงในภาพรวมของกระทรวงฯ และรายงานผลต่อไปได้
(๑) กระทรวงฯ ควร ติดตามผลการบริหารจัดการด้านการควบคุมภายในและบริหารความเสี่ยงตามแผนการปรับปรุงขององค์กร ภายใต้แผนปฏิบัติงานของส่วนราชการที่รองรับประเด็นยุทธศาสตร์และกลยุทธ์ของกระทรวงฯจากผู้บริหารทุกระดับอย่างจริงจังและต่อเนื่อง

(๒) กระทรวงฯ ควร ดำเนินการให้มีการพัฒนาเพิ่มพูนความรู้ด้านการควบคุมภายในและบริหารความเสี่ยงแก่บุคลากรในสังกัดฯ ให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานได้เป็นระยะๆ ซึ่งจะสามารถแก้ไขจุดอ่อนหรือความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ทันท่วงที

4. การปฏิบัติราชการตามคำรับรองการปฏิบัติราชการ

ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ
4.1) ความครบถ้วน ครอบคลุมของรายงานผลการปฏิบัติราชการ : ส่วนราชการสามารถรายงานผลตัวชี้วัดระดับกระทรวงได้เป็นอย่างดี และรายงานได้อย่างครบถ้วน ตามแบบที่กำหนด

4.๒) ความเป็นปัจจุบันของฐานข้อมูล : ข้อมูลมีความเป็นปัจจุบันดี และมีความสอดคล้องกับสูตรคำนวณตามรายละเอียดตัวชี้วัด (KPI Template) ที่กำหนด รวมทั้งได้รายงานผลตามเวลาที่กำหนด

4.๓) ประโยชน์ของรายงานผลการปฏิบัติราชการ : ข้อมูลจากรายงาน สามารถนำไปใช้ในการประเมินผลการทำงานของส่วนราชการในสังกัดฯ และนำผลที่ได้ไปประเมินส่วนราชการในไตรมาส และปีงบประมาณถัดไปได้
(1) ส่วนราชการในสังกัดฯ ควร รักษามาตรฐานการรายงานผลให้อยู่ในระดับดีอย่างต่อเนื่อง

(2) ตัวชี้วัดบางตัวที่เป็นตัวชี้วัดใหม่ ผู้จัดเก็บข้อมูล ควร ต้องทำความเข้าใจในการจัดเก็บข้อมูลและรายงานผลการประเมินด้วย

(3) ส่วนราชการในสังกัดฯ ควร ติดตามความก้าวหน้าผลการดำเนินการเป็นระยะๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อสามารถประเมินสถานการณ์และสามารถแก้ไขปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานได้ทันท่วงที

5. รายงานการเงิน

ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ
5.1) การปฏิบัติตามหลักการบัญชีและนโยบายบัญชีของส่วนราชการ และการปฏิบัติงานทางด้านบัญชีของส่วนราชการในสังกัดฯ : การดำเนินงานทางด้านการเงินของกระทรวงฯ ในภาพรวม ได้มีการปฏิบัติตามหลักการบัญชีและนโยบายบัญชีภาครัฐของกรมบัญชีกลาง และส่วนใหญ่การบันทึกรายการทางบัญชีมีความถูกต้องและครบถ้วน

5.2) การเบิกจ่ายเงินงบประมาณในภาพรวม :
๕.๒.1) การเบิกจ่ายรายจ่ายทั่วไป มีการเบิกจ่ายร้อยละ 98.84 ของวงเงินงบประมาณรายจ่าย ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่คณะรัฐมนตรีกำหนด (กำหนดไม่น้อยกว่าร้อยละ 93.00 ของวงเงินงบประมาณรายจ่าย)
๕.๒.2) การเบิกจ่ายรายจ่ายลงทุน สามารถเบิกจ่ายได้ร้อยละ 65.75 ของวงเงินงบประมาณรายจ่ายลงทุน ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายที่คณะรัฐมนตรีกำหนด (กำหนดไม่น้อยกว่าร้อยละ 72.00 ของวงเงินงบประมาณรายจ่ายลงทุน)
๕.๒.3) การเบิกจ่ายเงินโครงการลงทุนภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง รอบอนุมัติที่ 1 และ 2 (ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ.2553 - 6 มกราคม 2555) ได้มีการเบิกจ่ายร้อยละ 99.46 ของยอดที่ได้รับจัดสรรถือจ่าย ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายที่คณะรัฐมนตรีกำหนด (กำหนดไม่น้อยกว่าร้อยละ 100.00 ของวงเงินตามแผน/เป้าหมายของแต่ละหน่วยงาน)
หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดฯ ควร กำกับดูแลให้มีการเร่งรัดการเบิกจ่ายเงินงบประมาณ ทั้งรายจ่ายลงทุน รายจ่ายทั่วไป และรายจ่ายตามนโยบายรัฐบาล (ถ้ามี) ให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีในแต่ละปีด้วย

6. การสอบทานกรณีพิเศษ

ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ
๑) โครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคประชาชน (หนี้นอกระบบ)

1.1) ข้อมูลโครงการฯ เป็นโครงการตามนโยบายรัฐบาล เพื่อปรับโครงสร้างหนี้ภาคประชาชน และแก้ไขปัญหาหนี้สิน รวมทั้งการฟื้นฟูอาชีพและความเป็นอยู่ของประชาชน (เกษตรกร) โดยโครงการฯ เริ่มธันวาคม 2552 และสิ้นสุด 28 กรกฎาคม 2554 ซึ่งมีศูนย์อำนวยการปฏิบัติการแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคประชาชน กระทรวงการคลัง เป็นผู้รับผิดชอบ
1.2) การประเมินผลโครงการฯ
๑.๒.1) ด้านผลผลิต/ผลลัพธ์ เป็นไปตามแผน และสามารถแก้ปัญหาให้ลูกหนี้นอกระบบเข้าสู่ระบบได้ร้อยละ 74.22 ของจำนวนรายที่ประสงค์เข้าธนาคาร
๑.๒.2) ด้านประสิทธิผล มีผลสัมฤทธิ์ตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่กำหนด ในส่วนของการช่วยเหลือให้ลูกหนี้นอกระบบเข้าเป็นหนี้ในระบบ ส่วนการฟื้นฟูพัฒนาอาชีพ แต่การส่งเสริมการออมยังไม่เป็นรูปธรรม
๑.๒.3) ด้านประสิทธิภาพ มีระบบงาน แผนงาน ระบบการควบคุม กำกับ ดูแลของผู้บริหารโครงการฯ อย่างใกล้ชิด รวมทั้งมีคณะอนุกรรมการตรวจ ติดตาม ตรวจสอบและและประเมินผลการแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคประชาชนและหนี้นอกระบบ (ซึ่งมีหัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ เป็นประธาน)
๑.๒.4) ด้านความคุ้มค่า มีความคุ้มค่า โดยสามารถเปรียบเทียบได้จากงบประมาณที่ใช้ไปในการดำเนินงานจำนวน 19.06 ล้านบาท กับจำนวนเงินที่ปล่อยกู้ให้ลูกหนี้นอกระบบ 43,772.00 ล้านบาท (จำนวนลูกหนี้ 417,877 ราย)
1.3) ปัญหาอุปสรรคในการดำเนินโครงการฯ
๑.๓.1) ด้านบุคลากร หน่วยงานที่ดำเนินโครงการฯ มีจำนวนไม่เพียงพอ
๑.๓.2) ด้านธนาคาร ธนาคารแต่ละแห่งมีการพิจารณาการให้สินเชื่อ/ความรวดเร็วในการจัดส่งข้อมูลให้กรมบัญชีกลางแตกต่างกัน/มีการบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนรายและจำนวนเงินลูกหนี้ที่กู้ได้ไม่เป็นแนวเดียวกัน
๑.๓.3) ด้านลูกหนี้ มีประวัติการชำระหนี้ไม่ดี/ความสามารถในการหารายได้มาชำระหนี้ยังไม่เพียงพอ/ไม่มีผู้ค้ำประกัน
๑.๓.4) ด้านเจ้าหนี้ ไม่มา/ไม่ให้ความร่วมมือในการผ่อนปรนหนี้นอกระบบ
เนื่องจากโครงการฯ นี้ได้สิ้นสุดไปแล้ว และหากกระทรวงฯ ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการต่อไปอีก กระทรวงฯ ควร พิจารณาดำเนินการผ่านกองทุนหมู่บ้าน เพราะแต่ละหมู่บ้านจะทราบข้อมูลบุคคล สภาพความเป็นอยู่ ความสามารถในการชำระหนี้ของสมาชิกได้เป็นอย่างดี โดยอาศัยใช้ช่องทาง “ทีมเฉพาะกิจวายุภักษ์” ที่มีหัวหน้าส่วนราชการและหัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในระดับจังหวัด ที่ประจำ ณ จังหวัดต่างๆ ทุกจังหวัด เป็นคณะผู้บริหารการคลังประจำจังหวัด : คบจ. ซึ่งมีหน้าที่สนับสนุนการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ เป็นกลไกในการถ่ายทอดนโยบายสู่จังหวัด
ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ
๒) โครงการภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง : โครงการก่อสร้างอาคารที่พักอาศัยข้าราชการด่านศุลกากรนครพนม กรมศุลกากร

2.1) ข้อมูลโครงการฯ เป็นโครงการก่อสร้างอาคารที่พักอาศัยข้าราชการด่านศุลกากรนครพนม กรมศุลกากร ณ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม จำนวน 2 หลัง หลังละ 8 ห้อง และ 24 ห้อง มีวงเงินงบประมาณได้รับ
ข้อตรวจพบ
จัดสรร 26.479 ล้านบาท และด่านฯ เป็นผู้รับผิดชอบโครงการฯ
2.2) การควบคุมกำกับดูแล มีการควบคุมกำกับดูแลที่ดี และมีการมอบหมายงานที่ชัดเจน โดย
๒.๒.1) ผู้บริหารโครงการฯ ควบคุมติดตามเร่งรัดการดำเนินงานและรายงานผลต่อผู้บริหารกรมฯ โดยตลอด
๒.๒.2) คณะกรรมการตรวจการจ้างและผู้ควบคุมงาน ดูแลตรวจสอบการดำเนินงานให้เป็นไปตามสัญญาและแผนงาน
๒.๒.3) ผู้รับผิดชอบด้านการเงิน กำกับดูแลการเบิกจ่ายเงินให้เป็นไปตามระเบียบและโดยรวดเร็ว
2.3) การประเมินผลโครงการฯ
๒.๓.1) ด้านประสิทธิผล มีแผนงานที่ชัดเจนเหมาะสม และดำเนินการสำเร็จตามเป้าหมายและแผนงานที่กำหนด รวมทั้งปฏิบัติเป็นไปตามกฎระเบียบที่กำหนด
๒.๓.2) ด้านประสิทธิภาพ
(1) โครงการฯ มีการจัดซื้อจัดจ้างโดยใช้เงินจำนวน 18.180 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าวงเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรร จำนวน 8.299 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 31.34 เนื่องจากด่านฯ ได้ใช้มาตรการเข้มงวดกับผู้เข้ารับการประมูล สร้างความโปร่งใสในระบบประมูล และมีการแข่งขันกันอย่างเต็มที่ จึงทำให้ได้ราคามีความเหมาะสมและใกล้เคียงความเป็นจริง
(2) โครงการฯ มีการเบิกจ่ายเงินเป็นไปตามงวดงานที่แล้วเสร็จ



ผู้บริหารของกรมฯ ควร นำแนวคิดวิธีการดำเนินงานในการกำกับดูแลของด่านฯ เกี่ยวกับงานการจัดซื้อจัดจ้างที่สามารถช่วยประหยัดเงินงบประมาณโดย
ความเห็นและข้อเสนอแนะ
จัดซื้อจัดจ้างด้วยจำนวนเงินที่ต่ำกว่าวงเงินงบประมาณจัดสรร มาเป็นกรณีตัวอย่างสำหรับหน่วยงานอื่นฯ ในสังกัดกรมฯ

7. การสอบทานกรณีอื่นๆ

ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ
๑ การจัดทำรายงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๓ ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการคลัง

1) การจัดทำรายงานประจำปี :
๑.1) รายงานประจำปีระดับกรม ทุกส่วนราชการระดับกรมในสังกัดกระทรวงฯ (ยกเว้นสำนักงานปลัดกระทรวงฯ) ได้มีการจัดทำรายงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๓ เสร็จเรียบร้อย โดยมีบางส่วนราชการได้จัดทำรายงานเป็น ๒ ภาษา (ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ)
๑.2) รายงานประจำปีในภาพรวมของกระทรวง ซึ่งสำนักงานปลัดกระทรวงฯ รับผิดชอบในการจัดทำ และในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๓ ได้จัดทำรายงานประจำปีเสร็จเรียบร้อย โดยมีข้อมูลผลการดำเนินงานประจำปีที่เป็นภารกิจหลักของแต่ละส่วนราชการในสังกัดฯ และสาระสำคัญอย่างครบถ้วน รวมทั้งมีสาระอื่นๆ ที่น่าสนใจเพิ่มเติม เช่น มีสาระเกี่ยวกับกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ บทความที่เป็นความรู้ ฯลฯ



กระทรวงฯ ควร พัฒนาการจัดทำรายงานประจำปีให้เอื้อประโยชน์ต่อประชาชนมากยิ่งขึ้น โดยให้ทุกหน่วยงานในสังกัดฯ จัดทำรายงานประจำปี :

(1) ให้มีการรายงานความก้าวหน้าและความสำเร็จของการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์/แผนกลยุทธ์ของหน่วยงานได้อย่างเป็นรูปธรรม

(2) ให้สามารถเผยแพร่รายงานฯ ในเว็บไซต์ของหน่วยงานในรูปแบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ภายใน เดือนมกราคมของปีงบประมาณถัดไป

(3) ให้เพิ่มเนื้อหาในรายงานฯ ที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน เช่น การการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในรอบปี โครงการในอนาคต การรายงานของคณะกรรมการต่างๆ ที่สำคัญของกรม/กระทรวง(รายงานประจำปีของกระทรวงฯ ได้แก่ รายงานผลการดำเนินงานของ ค.ต.ป.ประจำกระทรวง การคลังในแต่ละรอบปี)
ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ
๒ การตรวจเยี่ยมส่วนราชการในสังกัดกระทรวงการคลัง และการสำรวจศึกษาดูงาน ณ ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ของคณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผลประจำกระทรวงการคลัง สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔

1) การตรวจเยี่ยมส่วนราชการในสังกัดฯ ซึ่งมีการตรวจเยี่ยมส่วนกลาง ได้แก่ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) สำนักงานคณะกรรมการ นโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) และส่วนภูมิภาค ณ จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดนครพนม ผลการตรวจเยี่ยมในภาพรวมส่วนราชการและหน่วยงานในสังกัดฯ ที่ตรวจเยี่ยมได้ดำเนินงาน/โครงการที่สำคัญสำเร็จลุล่วงเป็นไปตามภารกิจ เป้าหมาย และประเด็นการปรึกษาหารือที่สำคัญ ทั้งนี้ ในการตรวจเยี่ยมส่วนภูมิภาคจะมีการเชิญประธานหอการค้าจังหวัด ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัด และบางครั้งได้มีสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เข้าร่วมปรึกษาหารือด้วย





2) การศึกษาดูงาน ณ ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เพื่อได้ข้อมูลข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสภาพเศรษฐกิจ สภาวะการค้า ระบบการขนส่งในประเทศลาว-เวียดนาม ซึ่งเป็นเส้นทางที่จะรองรับเส้นทาง Logistics สายใหม่ ที่ผ่านทางสะพานข้ามแม่น้ำโขง (สะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ ๓) ณ จังหวัดนครพนม พบว่า
๒.๑) สะพานฯ ดังกล่าวไม่สามารถเป็นศูนย์กลางการค้า การขนส่งสินค้า ได้อย่างเต็มศักยภาพ รวมทั้งไม่เกิดประสิทธิผลอย่างเต็มที่ เพราะไทยมีการเตรียมสร้างสถานที่ในการขนถ่ายสินค้ารองรับ ในขณะที่ลาวมีเพียงการสร้างด่านใหม่เท่านั้น
๒.2) เส้นทางถนนหมายเลข ๘ และ ๑๒ ของลาว และเวียดนาม เป็นถนนที่ไม่ได้มีการปรับปรุงบูรณะแต่อย่างใด และเป็นถนนที่ไม่สะดวก/เอื้อต่อการขนส่งสินค้าตลอดเส้นทาง
๒.3) ท่าเรือน้ำลึกที่เวียดนาม เป็นท่าเรือขนาดเล็กที่กำลังมีการปรับปรุงก่อสร้างและไม่มีสาธารณูปโภคอื่นใดรองรับ/อยู่ใกล้เคียง ซึ่งจะทำให้ผู้เดินทางมาทำธุรกิจไม่มีความสะดวก
-(1) การหักภาษี ณ ที่จ่ายของสินค้ายางพารา กรมสรรพากร ควร พิจารณาทบทวนกำหนดกฎหมายเกี่ยวกับการหักภาษี ณ ที่จ่ายจากการซื้อขายฯ โดยให้บุคคลธรรมดา/บริษัท/นิติบุคคล/สหกรณ์ซึ่งเป็นผู้ซื้อยางพารา มีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย จากเงินได้พึงประเมินซึ่งจ่ายให้แก่ผู้รับที่เป็นบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลในอัตราที่เหมาะสม ทั้งนี้ จะเป็นการสร้างมาตรฐานการปฏิบัติ ป้องกันการหลีกเลี่ยง และจัดเก็บภาษีอากรได้มากขึ้น
(2) การบุกรุกที่ราชพัสดุบนเกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี กรมธนารักษ์ ควร พิจารณาในภาพรวมเกี่ยวกับวิธีการและมาตรการต่างๆ ที่จะสามารถจูงใจให้ผู้บุกรุกเกิดความร่วมมือและเข้าสู่ระบบนอกเหนือจากการให้ระยะเวลาการเช่าที่เป็นระยะยาวด้วย
(3) กรณีที่มีการตรวจจับผู้ประกอบการที่กระทำผิดกฎหมายศุลกากรทางทะเล ด่านศุลกากรเกาะสมุย ควร เสนอกรมศุลกากรเพื่อขอเรือตรวจการณ์ไว้ใช้ในการปฏิบัติงานตรวจจับ
(4) กรณีการสร้างความมั่นคงทางการคลัง โดยมีนโยบายเกี่ยวกับงบสมดุลภายใน ๕ ปี สบน. ควร ให้มีการควบคุมดูแลให้ครบทุกด้าน เพื่อให้การใช้งบประมาณมีความคุ้มค่ามากที่สุด โดยมีมาตรการที่ชัดเจน รัดกุม ไม่ให้เกิดการรั่วไหล เรื่องนี้ควรจะได้ประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
(5) การกู้เงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) สบน. ได้มีการจัดทำหลักเกณฑ์การกู้เงิน ของ อปท. ทั้งนี้ สบน. ควร คำนึงถึงการกู้เงินต้องมีโครงการที่ชัดเจน และเป็นการกู้เพื่องานที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน/สร้างรายได้ รวมทั้งขั้นตอนการกู้ต้องไม่ยากจนเกินไป อีกทั้งควรมีการจัดลำดับความน่าเชื่อถือในการชำระหนี้ (Credit rating) ของ อปท.
(6) การส่งเสริมให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนกับภาครัฐ ปัจจุบันภาคเอกชนไม่อยากร่วมลงทุนกับรัฐบาล สคร. ได้แก้ไขปัญหาโดยนำเสนอร่างพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐฉบับใหม่ ที่จะช่วยป้องกันการทุจริตตั้งแต่เริ่มต้น และลดภาระงบประมาณของรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจในการลงทุน ขณะนี้ได้ผ่านมติคณะรัฐมนตรีแล้วและอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา กระทรวง การคลัง ควร พิจารณาสนับสนุนให้มีการปรับปรุงพระราชบัญญัติร่วมทุนโดยเร็ว
(7) กรณีการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตจากสถานบริการ เพื่อให้มีความครบถ้วนทั่วถึงและเต็มเม็ดเต็มหน่วย กรมสรรพสามิต ควร ให้มีกำหนดรายรับขั้นต่ำเช่นเดียวกับกรมสรรพากรได้ปฏิบัติในการจัดเก็บภาษีการค้า ซึ่งกรมสรรพสามิตมีกฎหมายรองรับอยู่แล้ว
(8) กรณีการจัดทำผลิตภัณฑ์มวลรวมของจังหวัด (Gross Provincial Product : GPP) ปัจจุบันการจัดทำ GPP ของปี ๒๕๕๒ ยังไม่แล้วเสร็จ ส่งผลให้ข้อมูลมีความล่าช้ามาก ไม่เกิดประโยชน์ต่อภาคธุรกิจ และนักลงทุนที่ต้องการใช้ข้อมูลในส่วนนี้ กระทรวงฯ และกรมบัญชีกลาง ควร สนับสนุนให้สำนักงานคลังจังหวัดทุกแห่งพัฒนาวิธีการจัดทำ GPP และวิธีการทำงานที่สามารถระดมความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในจังหวัดมารวมกันทำเรื่องนี้

ผู้บริหารของกระทรวงฯ และกรมศุลกากร ควรพิจารณาเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีให้ได้มากยิ่งขึ้น และควรประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับประเทศให้ได้รับทราบ ถึงการที่อาจจะต้องทำความตกลงร่วมกันระหว่างไทย-ลาว-เวียดนาม ในการจัดปรับปรุงเส้นทางทั้งในลาวและเวียดนาม ปรับปรุงท่าเรือน้ำลึกในเวียดนาม รวมทั้งจัดสิ่งอำนวยความสะดวกด้านต่างๆ ให้พร้อมที่จะบริการ เพื่อรองรับกับการขยายตัวทางด้านการค้าการลงทุน และเศรษฐกิจต่อไป