Notice: Undefined index: ADMIN_USER in /var/www/paecthai.opdc.go.th/report/report_data.php on line 4 Notice: Undefined variable: HTTP_GET_VARS in /var/www/paecthai.opdc.go.th/report/Connections/adoconn.php on line 95 Notice: Undefined variable: HTTP_POST_VARS in /var/www/paecthai.opdc.go.th/report/Connections/adoconn.php on line 96 Notice: Undefined variable: HTTP_COOKIE_VARS in /var/www/paecthai.opdc.go.th/report/Connections/adoconn.php on line 97 Notice: Undefined variable: HTTP_SERVER_VARS in /var/www/paecthai.opdc.go.th/report/Connections/adoconn.php on line 101 Notice: Undefined index: action in /var/www/paecthai.opdc.go.th/report/report_data.php on line 20 Notice: Undefined index: report_data in /var/www/paecthai.opdc.go.th/report/adodb/Iakt/drivers/KT_adodb-mysqlt.inc.php on line 148 Notice: Undefined index: report_data in /var/www/paecthai.opdc.go.th/report/adodb/Iakt/drivers/KT_adodb-mysqlt.inc.php on line 150 Notice: Undefined index: action in /var/www/paecthai.opdc.go.th/report/report_data.php on line 44

รายงานผลการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 (รอบ 12 เดือน) ของ ?.?.?. ???????????????????

ผลการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการตามประเด็นการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ

ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ

1. การตรวจราชการ

ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ
1. ผลการสอบทานตามประเด็นหลักของการสอบทานการตรวจราชการ พบว่า
๑.๑ รายงานการตรวจราชการของผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์มีความครบถ้วนตามประเด็นการสอบทานการตรวจราชการ (Check List)
๑.๒ ข้อมูลในรายงานการตรวจราชการของผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์มีความเป็นปัจจุบันและน่าเชื่อถือ เนื่องจากข้อมูลที่หน่วยรับตรวจรายงานต่อผู้ตรวจราชการเป็นข้อมูลที่จัดทำขึ้นในช่วงเวลาที่สอดคล้องกับกำหนดการตามแผนการตรวจราชการ และผู้ตรวจราชการได้เชิญเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบแผนงาน/โครงการมาชี้แจงและให้ข้อมูลเพิ่มเติม
๑.๓ ข้อเสนอแนะของผู้ตรวจราชการมีความสอดคล้องกับประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้น และข้อเสนอแนะบางส่วนไม่ใช่เพื่อแก้ไขปัญหา แต่เป็นข้อเสนอแนะเพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลมากขึ้น
๑.๔ ข้อเสนอแนะส่วนใหญ่หน่วยรับตรวจได้นำไปปฏิบัติ

๒. ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ได้ตรวจติดตามการดำเนินโครงการครบถ้วนตามแผนการตรวจราชการฯ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 ซึ่งมีทั้งสิ้น 12 โครงการ ผลการติดตาม พบว่า จำนวน 9 โครงการ ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นภายในระยะเวลาที่กำหนด และมี 3 โครงการ ที่ดำเนินการแล้วเสร็จเพียงร้อยละ 80 ได้แก่
(1) โครงการพัฒนาตลาดการค้าและผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพและศิลปหัตถกรรม
(2) โครงการส่งเสริมและสนับสนุนโครงการพาณิชย์สร้างสรรค์คนไทยเข้มแข็ง


(3) โครงการเพิ่มศักยภาพเพื่อก้าวไปสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ภายใต้กรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับกัมพูชา ลาว และพม่า
1. ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ ควรมีการประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างสม่ำเสมอ เพื่อกำหนดแนวทางการตรวจราชการเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และนำความรู้ ความเชี่ยวชาญเฉพาะมาแลกเปลี่ยนกันและถ่ายทอดเป็นองค์ความรู้ให้กับองค์กร รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

2. ค.ต.ป. ประจำกระทรวงพาณิชย์ เห็นว่าข้อเสนอแนะของผู้ตรวจราชการเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงาน ดังนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรนำไปปฏิบัติ และผู้ตรวจราชการควรมีการติดตามการดำเนินการตามข้อเสนอแนะอย่างต่อเนื่อง และรายงานผลให้หัวหน้าส่วนราชการทราบ

3. โครงการตามแผนการตรวจราชการของผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ มี 12 โครงการ ส่วนใหญ่เป็นโครงการส่งเสริมความรู้ การฝึกอบรม การสัมมนา และการจัดงานแสดงสินค้า ซึ่งเป็นโครงการที่ดำเนินการในส่วนกลาง ในระยะต่อไปหน่วยงานควรปรับเปลี่ยนรูปแบบโครงการเป็นการพัฒนาที่มีผลกระทบที่ชัดเจนและสามารถวัดผลได้ให้มากยิ่งขึ้น

4. จากการประชุมร่วมกับหัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวง และผู้ตรวจสอบภายในกรมต่างๆ พบว่า หลายโครงการล่าช้า เนื่องจากปัญหาในวิธีการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีการทางอิเล็คทรอนิกส์ (e-Auction) ซึ่งอาจต้อง e-Auction มากกว่า 1 ครั้ง จึงจะได้ผู้รับจ้างงาน ดังนั้น กรมควรเร่งดำเนินการตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ เพื่อไม่ให้ต้องเร่งดำเนินการในช่วงปลายปีงบประมาณ และให้การใช้จ่ายงบประมาณมีประสิทธิภาพเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี เช่น การจัดเตรียมขอบเขตงานจ้าง (TOR) ไว้ก่อน เพื่อให้มีเวลาเพียงพอในการดำเนินการ ทบทวนปรับปรุงให้ถูกต้อง เหมาะสม รัดกุม รวมทั้งควรมีระบบการติดตามประเมินผลการดำเนินโครงการ ความสำเร็จ และปัญหาอุปสรรค ตลอดจนสำรวจติดตามการนำความรู้ไปพัฒนาต่อยอดของผู้ที่เคยเข้าร่วมโครงการ เพื่อนำมาปรับปรุงการดำเนินโครงการในระยะต่อไป โดยเฉพาะโครงการที่จะมีการดำเนินการต่อเนื่องในปีงบประมาณต่อๆไป

2. การตรวจสอบภายใน

ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ
๑. ผลการสอบทานการปฏิบัติงานตรวจสอบภายใน ตามแบบประเมินตนเองของผู้ตรวจสอบภายใน
ในภาพรวมของกระทรวงพาณิชย์อยู่ในเกณฑ์ดี

๒. หน่วยตรวจสอบภายในของกระทรวงพาณิชย์ มีการจัดทำกฎบัตรการตรวจสอบภายใน ที่กำหนด โดยระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการตรวจสอบภายในของส่วนราชการ พ.ศ. ๒๕๕๑ และมีเนื้อหาเป็นไปตามมาตรฐานการตรวจสอบภายในและจริยธรรมของผู้ตรวจสอบภายในของส่วนราชการ พ.ศ. ๒๕๔๕

๓. การจัดทำแผนการตรวจสอบ ทุกส่วนราชการมีการประเมินความเสี่ยงเพื่อจัดทำแผนการตรวจสอบ ตามแนวปฏิบัติของกรมบัญชีกลาง โดยกำหนดประเภทการตรวจสอบด้านการเงินการบัญชี การปฏิบัติตามกฏระเบียบ/ ข้อบังคับ การดำเนินงาน และมีบางส่วนราชการมีการตรวจสอบระบบงานสารสนเทศซึ่งขึ้นอยู่กับความพร้อมของผู้ตรวจสอบภายในของแต่ละส่วนราชการ

๔. การรายงานผลการตรวจสอบด้านการดำเนินงานโครงการต่าง ๆ ของหน่วยตรวจสอบภายใน มีการประเมินผลการตรวจสอบด้านประสิทธิภาพและประสิทธิผลของโครงการมากขึ้น
๑. กฏบัตรการตรวจสอบภายในควรมีการทบทวนอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมและผู้บริหารที่มีการเปลี่ยนแปลง

๒. ควรมีการพัฒนาความรู้และความสามารถให้ผู้ตรวจสอบภายใน โดยเฉพาะด้านการตรวจสอบระบบสารสนเทศและด้านการตรวจสอบการดำเนินงาน

๓. ควรส่งเสริมอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายในให้เหมาะสมกับปริมาณงาน และความก้าวหน้าในสายงานตรวจสอบภายใน เพื่อสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงาน พร้อมทั้งส่งเสริมการพัฒนาขีดความสามารถของผู้ตรวจสอบภายในอย่างต่อเนื่อง

3. การควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยง

ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ
ผลจากการสอบทาน ค.ต.ป. ประจำกระทรวงพาณิชย์ ไม่พบข้อบกพร่องหรือข้อสังเกตที่มีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ตาม ค.ต.ป. ประจำกระทรวงพาณิชย์ มีข้อสังเกตว่าบางกระบวนการปฏิบัติงานที่ส่วนราชการนำมาปรับปรุงการควบคุมภายในประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ยังเป็นกระบวนการเดิมที่ดำเนินการปรับปรุงต่อเนื่องมาตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๓ แต่ได้มีการปรับเปลี่ยน/เพิ่มเติมวิธีการควบคุมเพื่อลดความเสี่ยงและพัฒนาการปฏิบัติงานให้บรรลุผลสัมฤทธิ์ของหน่วยงานต่อไป
-ไม่มี-

4. การปฏิบัติราชการตามคำรับรองการปฏิบัติราชการ

ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ
๑. มิติดด้านประสิทธิผล
1.1 รายงานผลการปฏิบัติราชการตามคำรับรองการปฏิบัติราชการส่วนใหญ่มีความครบถ้วน ครอบคลุมตามประเด็นการประเมินผลตัวชี้วัด และรายละเอียดตัวชี้วัด (KPI Template) รวมทั้งคู่มือการประเมินผลฯ ของสำนักงาน ก.พ.ร. แต่มีบางตัวชี้วัดที่ต้องรอผลการประเมินจากหน่วยงานภายนอก เช่น มูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์ข้าว ซึ่งต้องรอตัวเลขจากกรมศุลกากร เป็นต้น
1.2 ฐานข้อมูลที่ใช้ประกอบการประมวลผลการปฏิบัติราชการตามรายละเอียดตัวชี้วัด (KPI Template) มีความเป็นปัจจุบันและสอดคล้องกับสูตรคำนวณ
1.3 รายงานผลฯ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ เนื่องจากมีข้อมูลเกี่ยวกับแนวทางดำเนินงานปัจจัยสนับสนุน ปัญหาอุปสรรค และข้อเสนอแนะ ซึ่งสามารถนำมาใช้ในการวางแผนและปรับปรุงการดำเนินงานในปีต่อไปได้


๒. มิติดด้านคุณภาพการใหบริการ
2.1 รายงานผลการปฏิบัติราชการตามคำรับรองการปฏิบัติราชการส่วนใหญ่มีความครบถ้วน ครอบคลุมตามประเด็นการประเมินผลตัวชี้วัด และรายละเอียดตัวชี้วัด (KPI Template) รวมทั้งคู่มือการประเมินผลฯ ของสำนักงาน ก.พ.ร. แต่มีบางตัวชี้วัดที่ต้องรอผลการประเมินจากหน่วยงานภายนอก คือ การสำรวจความพึงพอใจของผู้รับบริการ และการสำรวจความพึงพอใจของผู้กำหนดนโยบาย
2.2 ฐานข้อมูลที่ใช้ประกอบการประมวลผลการปฏิบัติราชการตามรายละเอียดตัวชี้วัด (KPI Template) มีความเป็นปัจจุบันและสอดคล้องกับสูตรคำนวณ
2.3 รายงานผลฯ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ เนื่องจากมีข้อมูลเกี่ยวกับแนวทางดำเนินงานปัจจัยสนับสนุน ปัญหาอุปสรรค และข้อเสนอแนะ ซึ่งสามารถนำมาใช้ในการวางแผนและปรับปรุงการดำเนินงานในปีต่อไปได้
๓. มิติดานประสิทธิภาพของการปฏิบัติราชการ
3.1 รายงานผลการปฏิบัติราชการตามคำรับรองการปฏิบัติราชการส่วนใหญ่มีความครบถ้วน ครอบคลุมตามประเด็นการประเมินผลตัวชี้วัด และรายละเอียดตัวชี้วัด (KPI Template) รวมทั้งคู่มือการประเมินผลฯ ของสำนักงาน ก.พ.ร.
3.2 ฐานข้อมูลที่ใช้ประกอบการประมวลผลการปฏิบัติราชการตามรายละเอียดตัวชี้วัด (KPI Template) มีความเป็นปัจจุบันและสอดคล้องกับสูตรคำนวณ
3.3 รายงานผลฯ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ เนื่องจากมีข้อมูลเกี่ยวกับแนวทางดำเนินงานปัจจัยสนับสนุน ปัญหาอุปสรรค และข้อเสนอแนะ ซึ่งสามารถนำมาใช้ในการวางแผนและปรับปรุงการดำเนินงานในปีต่อไปได้


๔. มิติดานพัฒนาองคกร
4.1 รายงานผลการปฏิบัติราชการตามคำรับรองการปฏิบัติราชการส่วนใหญ่มีความครบถ้วน ครอบคลุมตามประเด็นการประเมินผลตัวชี้วัด และรายละเอียดตัวชี้วัด (KPI Template) รวมทั้งคู่มือการประเมินผลฯ ของสำนักงาน ก.พ.ร.
4.2 ฐานข้อมูลที่ใช้ประกอบการประมวลผลการปฏิบัติราชการตามรายละเอียดตัวชี้วัด (KPI Template) มีความเป็นปัจจุบันและสอดคล้องกับสูตรคำนวณ
4.3 รายงานผลฯ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ เนื่องจากมีข้อมูลเกี่ยวกับแนวทางดำเนินงานปัจจัยสนับสนุนที่ ปัญหาอุปสรรคสำคัญ และข้อเสนอแนะ สามารถนำมาใช้ในการวางแผนและปรับปรุงการดำเนินงานในปีต่อไปได้ ทั้งนี้ พบว่า ปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญ คือ การสนับสนุนจากผู้บริหารที่ให้ความสำคัญในการผลักดันการดำเนินงาน สำหรับอุปสรรคของการดำเนินงาน คือ การเปลี่ยนแนวทางการประเมินผล ทำให้บุคลากรภายในองค์กร เกิดความสับสนในการรายงานและการรวบรวมข้อมูลประกอบการรายงานผล

ข้อสังเกต
ส่วนราชการในสังกัดกระทรวงพาณิชย์สามารถจัดทำรายงานผลการปฏิบัติราชการตามคำรับรองการปฏิบัติราชการได้ครบถ้วน ครอบคลุม มีความเป็นปัจจุบันและสอดคล้องกับสูตรการคำนวณในการวัดค่าคะแนน รวมทั้งมีข้อมูลเกี่ยวกับแนวทางดำเนินงานปัจจัยสนับสนุน อุปสรรค และข้อเสนอแนะ ซึ่งสามารถนำมาใช้ในการวางแผนและปรับปรุงการดำเนินงานในปีต่อไปได้
1. รายงานผลการปฏิบัติราชการตามคำรับรองการปฏิบัติราชการส่วนใหญ่มีความถูกต้อง ครบถ้วน ตรงตามประเด็นการประเมินผลที่กำหนด แต่บางตัวชี้วัดยังมีข้อผิดพลาดอยู่บ้าง ดังนั้น หน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้รวบรวมและประมวลผลในภาพรวมของส่วนราชการ ควรศึกษาและทำความเข้าใจเอกสารรายละเอียดตัวชี้วัดประกอบคำรับรองฯ (KPI Template) และคู่มือการประเมินผลฯ ของสำนักงาน ก.พ.ร. เพื่อกลั่นกรองความถูกต้องของรายงานฯ และควรให้ข้อชี้แนะ/คำปรึกษาแก่หน่วยงานแก่หน่วยงานที่รับผิดชอบตัวชี้วัด จัดทำรายงานผลให้มีความครบถ้วน สมบูรณ์ยิ่งขึ้น รวมทั้งควรมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับหน่วยงานอื่นๆ เกี่ยวกับการเขียนรายงานผลฯ โดยเฉพาะตัวชี้วัดในมิติที่ 2 - 4 ที่ทุกส่วนราชการต้องดำเนินการเช่นเดียวกัน

2. รายงานผลฯ ส่วนใหญ่มีการระบุวิธี/แนวทางปฏิบัติ ปัจจัยความสำเร็จ ปัญหาอุปสรรค และข้อเสนอแนะการดำเนินงานครบถ้วน ครอบคลุม แต่มีบางตัวชี้วัดที่ส่วนราชการควรเพิ่มเติมรายละเอียดของคำชี้แจงการดำเนินงาน ปัจจัยสนับสนุนความสำเร็จ ปัญหาอุปสรรค และข้อเสนอแนะ เช่น ตัวชี้วัด “ร้อยละการเบิกจ่ายเงินงบประมาณรายจ่ายลงทุน/ภาพรวม/เงินโครงการภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555” และตัวชี้วัด “ร้อยละความสำเร็จของการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA)” เพื่อนำมาพิจารณาทบทวน และปรับปรุงแก้ไขการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องต่อไป

5. รายงานการเงิน

ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ
๑. รายงานการเงินของกรม มีบางรายการแสดงผลรวมสะสมยกมาจากงวดก่อนคลาดเคลื่อน (รายการค่าเสื่อมราคาสะสมของบัญชีที่ดิน อาคารและอุปกรณ์-สุทธิ รายการค่าตัดจำหน่ายสะสมของบัญชีทรัพย์สินไม่มีตัวตน-สุทธิ รายการสินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐาน) ยังไม่สามารถแก้ไขในระบบ GFMIS ได้

๒. รายการบัญชีส่วนใหญ่ในรายงานการเงินของกระทรวงจากระบบ GFMIS ปีงบประมาณ ๒๕๕๔ แสดงตัวเลขแตกต่างจากรายงานการเงินของกรมรวมกัน โดยผลแตกต่างดังกล่าวเป็นเงินจำนวนเดียวกันกับผลแตกต่างของปีงบประมาณ ๒๕๕๓ ซึ่งอาจจะเป็นข้อคลาดเคลื่อนสะสมที่ยกมาจากงวดก่อน

๓. ผลการดำเนินงานทางด้านการเงินของกระทรวงพาณิชย์ ปีงบประมาณ ๒๕๕๔ ด้านความมั่นคงทางการเงิน ประสิทธิภาพในการหารายได้ และประสิทธิภาพการบริหารค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานมีอัตราเพิ่มขึ้นจากปีก่อนในอัตราร้อยละ ๑๔.๘๘ ๙.๖๓ และ ๐.๐๑ ตามลำดับ

4. การเบิกจ่ายเงินงบประมาณในภาพรวมของกระทรวงพาณิชย์ประจำปีงบประมณ ๒๕๔๔ จำนวน ๕,๓๖๐.๖๓ ล้านบาท ของงบประมาณที่ได้รับจำนวน ๖,๕๔๖.๙๔ ล้านบาท คิดเป็นอัตราเบิกจ่ายสะสมในภาพรวมร้อยละ ๘๑.๘๘ ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายตามมติคณะรัฐมนตรีที่กำหนดไว้ร้อยละ ๙๓
๑. ส่วนราชการควรเร่งจัดทำกระดาษทำการเพื่อปรับปรุงแก้ไขข้อคลาดเคลื่อนจากการจัดทำรายงานการเงินของปีงบประมาณ ๒๕๕๔ และของงวดก่อนที่ยังไม่ได้แก้ไขปรับปรุง ส่งให้กรมบัญชีกลางภายในเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ และให้เร่งดำเนินการปรับปรุงบัญชีในระบบ GFMIS ให้แล้วเสร็จภายในเดือนเมษายน ๒๕๕๕ ตามที่กรมบัญชีกลางกำหนด เพื่อให้ข้อมูลทางบัญชีและรายงานการเงินมีความครบถ้วนและถูกต้อง

๒. กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ควรหาสาเหตุของผลแตกต่างระหว่างรายงานการเงินของกระทรวงจากระบบ GFMIS กับรายงานการเงินของกรมรวมกัน เพื่อให้สามารถกระทบยอดกับผลรวมของรายงานการเงินของแต่ละกรมได้

6. การสอบทานกรณีพิเศษ

ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ
1 โครงการสำคัญตามนโยบายรัฐบาล หรือตามภารกิจสำคัญ

1. โครงการพัฒนาโลจิสติกส์การค้าของกระทรวงพาณิชย์ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 ได้รับงบประมาณดำเนินการ จำนวนทั้งสิ้น 77.305 ล้านบาท โดยมีหน่วยงานรับผิดชอบดำเนินการ 5 หน่วยงาน รวม 13 โครงการ ได้แก่
- กรมการค้าต่างประเทศ จำนวน 3 โครงการ งบประมาณ 10.094 ล้านบาท
- กรมการค้าภายใน จำนวน 1 โครงการ งบประมาณ 5.462 ล้านบาท
- กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จำนวน 1 โครงการ งบประมาณ 31.225 ล้านบาท
- กรมส่งเสริมการส่งออก จำนวน 7 โครงการ งบประมาณ 20.524 ล้านบาท
- สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ จำนวน 1 โครงการ งบประมาณ 10 ล้านบาท
จากการสอบทานการดำเนินโครงการพัฒนาโลจิสติกส์การค้าของกระทรวงพาณิชย์ จำนวน 13 โครงการ พบว่า
 โครงการที่ดำเนินการแล้วเสร็จตามแผน จำนวน 7 โครงการ วงเงินงบประมาณ ๔๔.๘๔๘ ล้านบาท ได้แก่
1) โครงการพัฒนาระบบการจัดการห่วงโซ่อุปทานและโลจิสติกส์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางการค้า (กรมการค้าภายใน)
2) โครงการโลจิสติกส์สู่ตลาดสากล (กรมพัฒนาธุรกิจการค้า)
3) โครงการนำคณะผู้ประกอบการโลจิสติกส์ไปเจรจาการค้าในต่างประเทศ (B2B Matching LSP) (กรมส่งเสริมการส่งออก)
4) โครงการลดต้นทุนโลจิสติกส์สำหรับผู้ส่งออก (รุ่นที่ 3 ประจำปี 2554) (กรมส่งเสริมการส่งออก)
5) โครงการบริหารจัดการสำนักโลจิสติกส์การค้า (กรมส่งเสริมการส่งออก)
6) โครงการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ศูนย์บริการส่งออกแบบเบ็ดเสร็จ (OSEC) (กรมส่งเสริมการส่งออก)
7) โครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการระบบ Green Logistics ให้กับผู้ประกอบการส่งออกกลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์ไทย(กรมส่งเสริมการส่งออก)
สามารถเบิกจ่ายงบประมาณครบถ้วนแล้วเป็นเงิน ๓๙.๕๙๕ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 88.29 ของวงเงินงบประมาณรวม 7 โครงการ(ต่ำกว่างบประมาณที่ได้รับ จำนวน 5.253 ล้านบาท)

 โครงการที่ไม่สามารถดำเนินการได้ตามแผน โดยมีการขยายระยะเวลาดำเนินการ จำนวน 6 โครงการ วงเงินงบประมาณ ๓๒.๔๖ ล้านบาท ได้แก่
1) โครงการจัดทำระบบฐานข้อมูลผู้ส่งออกเพื่อรองรับระบบ Self-Certification ภายใต้ความตกลงของอาเซียน (กรมการค้าต่างประเทศ)
2) โครงการระบบงานให้บริการมาตรฐานสินค้าทางอิเล็กทรอนิกส์ด้วยระบบลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (กรมการค้าต่างประเทศ)
3) โครงการจัดทำระบบควบคุมคุณภาพระบบสารสนเทศ (IS Audit) (กรมการค้าต่างประเทศ)
4) โครงการขยายตลาดเชิงรุกสำหรับสินค้าส่งออกของไทย โดยใช้ศูนย์กระจายสินค้าในภูมิภาคต่าง ๆ (D.C.) (กรมส่งเสริมการส่งออก)
5) โครงการจัดทำข้อมูลเส้นทางขนส่งสินค้า (กรมส่งเสริมการส่งออก)
6) โครงการพัฒนาเครือข่ายธุรกิจบริการ โลจิสติกส์ไทยสู่สากล (สำนักงานปลัดกระทรวง)
เบิกจ่ายงบประมาณไปแล้วบางส่วน รวม 12.250 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 37.74 ของวงเงินงบประมาณรวม 6 โครงการ
2. โครงการส่งเสริมตลาดสินค้าอินทรีย์ ปีงบประมาณ พ.ศ.2554 ได้รับงบประมาณดำเนินการ จำนวนทั้งสิ้น 67.600 ล้านบาท โดยมีหน่วยงานรับผิดชอบดำเนินการ 2 หน่วยงาน ได้แก่
- สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ จำนวน 1 โครงการ งบประมาณ 65 ล้านบาท
- กรมการค้าต่างประเทศ จำนวน 2 โครงการ งบประมาณ 2.6 ล้านบาท
จากการสอบทาน พบว่า ทั้ง 3 โครงการสามารถดำเนินการได้ตามแผน โดยมีการเบิกจ่ายภายในปีงบประมาณ (ณ วันที่ 30 กันยายน 2554) เป็นเงิน 36.464 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 53.94 และมีการเบิกจ่ายเพิ่มเติมภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2554 เป็นเงิน 19.165 ล้านบาท ดังนั้น รวมเป็นเงิน 56.286 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 83.26 ของงบประมาณทั้งหมดที่ได้รับ(ต่ำกว่างบประมาณที่ได้รับ จำนวน 11.314 ล้านบาท)


1. ข้อเสนอแนะในภาพรวม
1.1 ชื่อของแผนงาน/โครงการ ควรสื่อหรือสะท้อนให้เห็นแนวทางดำเนินการ วัตถุประสงค์ และเป้าหมายได้อย่างชัดเจน เพื่อเป็นแนวทางการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ ตลอดจนผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เช่น ผู้ตรวจติดตามประเมินผล
1.2 หลายโครงการ เช่น โครงการพัฒนา โลจิสติกส์การค้า โครงการส่งเสริมตลาดสินค้าอินทรีย์ ควรมีการบูรณาการเรื่องนี้กับภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
1.3 ควรมีการติดตามประเมินผลการดำเนินงาน และนำปัญหาที่ประสบหรือความสำเร็จของโครงการมาเป็นบทเรียนเพื่อเป็นแนวทางการพัฒนางานต่อไป
2. ข้อเสนอแนะรายโครงการ
2.1 โครงการพัฒนาโลจิสติกส์การค้าของกระทรวงพาณิชย์ โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักในการพัฒนาระบบโลจิสติกส์เพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้า ลดต้นทุน และพัฒนาผู้ประกอบการของไทย รวมทั้งการเตรียมความพร้อมรองรับกระแสการค้าโลก และการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งจะส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันทางการค้าของประเทศ ดังนั้น หน่วยงานรับผิดชอบควรดำเนินการ ดังนี้
1) เร่งรัดดำเนินการ และมีการติดตามประเมินผลการดำเนินงานเพื่อนำมาปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
2)เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการเข้ามาใช้ประโยชน์จากระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีอยู่อย่างเต็มประสิทธิภาพ
3) แสวงหาความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น หอการค้า สมาคมการค้า สถาบันการศึกษา เป็นต้น เพื่อร่วมกันผลักดันการดำเนินงานโครงการต่างๆ
2.2 โครงการส่งเสริมตลาดสินค้าอินทรีย์ เป็นโครงการที่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพราะผู้บริโภคมีความห่วงใยด้านสุขภาพอนามัย และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศที่พัฒนาแล้ว และกลุ่มประเทศเศรษฐกิจใหม่ที่ประชากรมีรายได้สูงขึ้น ได้หันมาสนใจในการบริโภคสินค้าอินทรีย์มากขึ้น ดังนั้น จึงเป็นโอกาสที่ไทยจะขยายตลาดสินค้าอินทรีย์มีสูงมาก แต่ยังมีปัญหาอุปสรรคสำคัญเกี่ยวกับ มาตรฐานการนำเข้าสินค้าอินทรีย์ของแต่ละประเทศมีความแตกต่างกัน มาตรฐานสินค้าอินทรีย์ของประเทศไทย (Organic Thailand) ยังไม่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล รวมทั้งเกษตรกร ผู้ประกอบการ และผู้บริโภคขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสินค้าอินทรีย์ที่ถูกต้อง ดังนั้น หน่วยงานรับผิดชอบควรดำเนินการ ดังนี้
1) ควรใช้บทบาทของคณะกรรมการพัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ ในการผลักดัน และขับเคลื่อนการดำเนินงาน โดยกำหนดวัน และวาระการประชุมที่ชัดเจน รวมทั้งเรื่องการกำหนดมาตรฐานกลางของสินค้าอินทรีย์ในระดับที่ตลาดต่างประเทศยอมรับได้ โดยอาจจะกำหนดมาตรฐานสินค้าเป็น ๓ ระดับ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถพัฒนาสินค้าให้มีระดับมาตรฐานสูงขึ้น
2) สร้างความตระหนักให้ผู้ประกอบการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นความสำคัญของการมีเครื่องหมายรับรองฯ และมาตรฐานกลาง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค
๓) ส่งเสริมและขยายตลาดในประเทศ เช่น การเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสินค้าอินทรีย์ เครื่องหมายรับรองฯ หรือตราสินค้าที่เป็นสินค้าอินทรีย์ และแหล่งจำหน่ายสินค้า เพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความมั่นใจในสินค้าอินทรีย์
๔) ส่งเสริมสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง และมีการติดตามประเมินผลการดำเนินการที่ผ่านมา เพื่อนำมาปรับปรุงการดำเนินการในระยะต่อไป
ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ
2 โครงการภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง

1. โครงการเมืองต้นแบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์
1.๑ เป็นโครงการขนาดใหญ่ที่มีวงเงินงบประมาณสูงที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ.2553 ได้รับงบประมาณ จำนวน ๔๙ ล้านบาท รับผิดชอบโดย กรมทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งตัวชี้วัดผลสำเร็จของโครงการนี้ไม่ระบุจำนวนจังหวัด/ชุมชน/ท้องถิ่น ที่ได้รับการคัดเลือกและพัฒนาเมืองตามแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ แต่ได้กำหนดจำนวนจังหวัดที่จะคัดเลือกเป็นตัวอย่างไว้ในสัญญาจ้าง (๑๐ เมือง)
1.2 โครงการนี้ได้ขอขยายระยะเวลาสิ้นสุดโครงการเป็นภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2554 แต่ไม่สามารถดำเนินการได้ตามแผน จึงได้ขอขยายระยะเวลาสิ้นสุดโครงการ 2 ครั้ง คือ ครั้งที่ 1 เป็นสิ้นสุดสัญญาภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2554 และ ครั้งที่ 2 เป็นภายในวันที่๓๑ มีนาคม 2555 โดยได้มีการเบิกจ่ายเงินงวดที่ ๑ ไปแล้ว จำนวน ๑๔.๕๕ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๒๙.๖๙ ของงบประมาณที่ได้รับ
1.3 งวดที่ 2 มีการส่งมอบงานเมื่อวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ล่าช้ากว่าที่กำหนดไว้เดิม เนื่องจากประสบปัญหาการกำหนดวันจัดอบรมเชิงปฏิบัติการและการส่งผู้แทนเข้าร่วมการจัดนิทรรศการศึกษาดูงานใน ๑๐ เมืองต้นแบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ซึ่งขึ้นอยู่กับความพร้อมและดุลยพินิจของแต่ละจังหวัด ได้เบิกจ่ายเงินงวดที่ 2 ไปแล้ว จำนวน ๑๔.๕๕ ล้านบาท ดังนั้น รวมเบิกจ่ายเงิน 2 งวด เป็นเงินจำนวน ๒๙.๑๐ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 59.39 ของงบประมาณที่ได้รับ สำหรับงวดที่ 3 ได้ขอขยายเวลาสิ้นสุดสัญญา 2 ครั้ง คือ ครั้งที่ 1 เป็นสิ้นสุดสัญญาภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2554 และ ครั้งที่ 2 เป็นภายในวันที่ ๓๑ มีนาคม 2555 เนื่องจากประสบปัญหาอุทกภัย
2. โครงการส่งเสริมการเรียนรู้ด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์สำหรับเด็กและเยาวชน
2.1 เป็นโครงการที่เริ่มดำเนินการในปีงบประมาณ พ.ศ.2553 ได้รับงบประมาณ จำนวน ๒๐ ล้านบาท รับผิดชอบโดย กรมทรัพย์สินทางปัญญา มีกิจกรรมย่อย 3 กิจกรรม และขอขยายเวลาสิ้นสุดโครงการภายในปีงบประมาณ พ.ศ. 2554
2.2 ทุกกิจกรรมดำเนินการเสร็จสิ้นครบทั้ง 3 กิจกรรมแล้ว และเบิกจ่ายเงินเรียบร้อยแล้ว จำนวน ๑๘.๒๙ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๙๑.๔๕ ของงบประมาณที่ได้รับ


1 โครงการเมืองต้นแบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์
1.1 ควรมีการติดตามความก้าวหน้าโดยใกล้ชิด เพราะเป็นโครงการขนาดใหญ่และมีงบประมาณสูง เพื่อให้โครงการสามารถดำเนินการไปได้โดยครบถ้วนตามเป้าหมาย
1.2 ควรติดตามประเมินผลเมืองต้นแบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่ได้รับการคัดเลือกทั้ง ๑๐ เมือง อย่างต่อเนื่องทุกระยะ อย่างน้อยภายใน 2 ปีหลังสิ้นสุดโครงการ ว่าสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและสร้างรายได้ภายในพื้นที่ โดยการนำภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่นมาเชื่อมโยงกับสินค้าและบริการของเมือง เกิดเป็นเอกลักษณ์ของเมืองที่จะสร้างงานสร้างรายได้แก่คนในท้องถิ่นและประเทศชาติได้ เพื่อเป็นตัวอย่างให้กับเมืองอื่น ๆ ต่อไป
1.3 ควรมีการบูรณาการกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หรือหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง หรือส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ เพื่อเสริมสร้างเศรษฐกิจของจังหวัดให้มีการเจริญเติบโตยิ่งขึ้น









2. โครงการส่งเสริมการเรียนรู้ด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์สำหรับเด็กและเยาวชน
2.1 ควรมีการติดตามประเมินผล(หลังโครงการ) ว่าหลักสูตรเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่จัดขึ้นตามกิจกรรมที่ 2 ได้นำไปใช้จริงในการเรียนการสอนปกติตามเป้าหมายโครงการ
2.2 กระทรวงพาณิชย์ควรประสานงานกับกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อขยายผลในการนำหลักสูตรเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไปกำหนดเป็นหลักสูตรในการเรียนการสอนปกติโดยต่อเนื่อง

7. การสอบทานกรณีอื่นๆ