ฝ่ายเลขานุการ ค.ต.ป. จัดประชุมสัมมนา เรื่อง การชี้แจงแนวทางการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564

แชร์หน้านี้

วันพุธที่ 30 กันยายน 2563 สำนักงาน ก.พ.ร. ในฐานะฝ่ายเลขานุการ ค.ต.ป. จัดประชุมสัมมนา เรื่อง การชี้แจงแนวทางการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ณ ห้องเมย์แฟร์ บอลรูม A - B ชั้น 11 โรงแรม เดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ กรุงเทพมหานคร โดยมีรองนายกรัฐมนตรี (นายวิษณุ  เครืองาม) ประธาน ค.ต.ป. เป็นประธานในการประชุม โดยเลขาธิการ ก.พ.ร. (นางสาวอ้อนฟ้า  เวชชาชีวะ) ได้กล่าววัตถุประสงค์ในการจัดประชุมเพื่อชี้แจงและซักซ้อมความเข้าใจการดำเนินงานเกี่ยวกับการตรวจสอบ และประเมินผลภาคราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ให้กับกรรมการและอนุกรรมการ


ในการนี้ รองนายกรัฐมนตรี (นายวิษณุ  เครืองาม) ได้มอบนโยบายเกี่ยวกับการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้

• ระบบการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลเป็นเครื่องมือสำคัญของหน่วยงานภาครัฐ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาและปรับปรุงงาน 

• การติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลของคณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ (ค.ต.ป.) ตรวจสอบในประเด็นสำคัญของรัฐบาล ซึ่งมีความละเอียดมากกว่าหน่วยงานอื่น ๆ เพราะทำงานในระดับกระทรวง และระดับจังหวัด 

• ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ค.ต.ป. จึงกำหนดแนวทางการตรวจสอบและประเมินผลที่เน้นให้เกิดการบูรณาการร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม และกำหนดประเด็นหลักในการตรวจสอบ จำนวน 8 ประเด็น ได้แก่ 1. มาตรการรองรับภัยแล้งและอุทกภัย 2. การส่งมอบงานบริการสาธารณะ 3. การท่องเที่ยว 4. การบริหารข้อมูลด้านการบริหารจัดการภาครัฐ 5. การขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก 6. การพัฒนาศักยภาพของเกษตรกร 7. ระบบฐานข้อมูลภาครัฐในการดำเนินงานสวัสดิการภาครัฐ และ 8. การกระจายความเจริญและโอกาสทางเศรษฐกิจ รวมทั้งให้มีการเชื่อมโยงการทำงานระหว่าง ค.ต.ป. ประจำกระทรวง และ อ.ค.ต.ป. คณะต่าง ๆ เพื่อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งนับเป็นการประเมินผลรูปแบบใหม่ 

• และในปีงบประมาณนี้ ก่อนการเสนอรายงานต่อคณะรัฐมนตรี ค.ต.ป. จะให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจงแนวทางการปรับปรุงตามข้อสังเกต หรือรายงานของ ค.ต.ป. เพื่อหาข้อสรุปร่วมกัน และหากมีส่วนราชการที่ไม่สามารถปรับปรุงหรือแก้ไขตามข้อเสนอแนะของ ค.ต.ป. ได้ จะมีข้อเสนอแนะในเชิงนโยบายจาก ค.ต.ป. เพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรีเป็นผู้พิจารณาสั่งการ ซึ่งจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาในทางปฏิบัติได้อย่างแท้จริง