คณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ (ค.ต.ป.)

อ.ค.ต.ป. กลุ่มจังหวัดคณะที่ 1

ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ อ.ค.ต.ป. กลุ่มจังหวัดคณะที่ 1

 

 

ข่าวสารกิจกรรม
พิมพ์หน้านี้

สรุปผลการตรวจติดตามงานในพื้นที่จังหวัดราชบุรี เมื่อวันที่ ๒๓ – ๒๔ เมษายน ๒๕๕๒

คณะอนุกรรมการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการกลุ่มจังหวัดภาคกลาง (อ.ค.ต.ป. กลุ่มจังหวัดภาคกลาง) และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ได้เดินทางไปตรวจราชการ เพื่อตรวจติดตามและสอบทานผลการดำเนินงานตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล รับทราบปัญหาอุปสรรคและผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้นในการปฏิบัติงาน ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี เมื่อวันที่ ๒๓ – ๒๔ เมษายน ๒๕๕๒ รวมทั้งได้ให้ข้อเสนอแนะเพื่อให้จังหวัดดำเนินการ  ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการและหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี โดยมีการดำเนินงาน ในประเด็นสำคัญ ดังนี้
๑.    การประชุมหารือข้อราชการร่วมกับรองผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้แทนส่วนราชการในจังหวัดราชบุรี โดยจังหวัดได้นำเสนอข้อมูล การดำเนินงานและปัญหาอุปสรรคในเรื่องการจัดทำคำรับรองการปฏิบัติราชการ การตรวจสอบภายใน การควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยง   รายงานการเงิน   ซึ่งคณะอนุกรรมการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ กลุ่มจังหวัดภาคกลาง (อ.ค.ต.ป. กลุ่มจังหวัดภาคกลาง) อยากทราบว่ามีปัญหาอุปสรรคหรือไม่อย่างไร และได้ให้ข้อเสนอแนะและคำแนะนำเพื่อให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการ เช่น  การตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ รอบ ๖ เดือน สำนักงานจังหวัดแจ้งว่าไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐ เมษายน ๒๕๕๒ และจะขอเลื่อนการส่งได้หรือไม่ ซึ่ง อ.ค.ต.ป. กลุ่มจังหวัดภาคกลางได้ขอให้สำนักงานจังหวัดทำหนังสือแจ้งสำนักงาน ก.พ.ร. เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุม ค.ต.ป.  ให้ได้รับทราบถึงปัญหาในการดำเนินการ

๒.    การตรวจติดตามการดำเนินงานตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล  ได้แก่ โครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชน (SML) ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หรือโครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน และโครงการสนับสนุนแหล่งท่องเที่ยว
    ๒.๑      โครงการโรงสีชุมชน ณ บ้านหนองขาม หมู่ที่ ๙ ตำบลป่าหวาย อำเภอสวนผึ้ง  การดำเนินโครงการในลักษณะที่ประชาชนรวมกลุ่มดำเนินการเองทั้งหมด โดยประชาชนในหมู่บ้านได้มีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนา และร่วมกันคิดวิเคราะห์ ตัดสินใจบริหารทรัพยากร งบประมาณ และแก้ไขปัญหาความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่ เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนในหมู่บ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยชุมชนได้ดำเนินโครงการอื่นๆ ควบคู่ไปด้วย เช่น โครงการทำอิฐบล็อก กลุ่มเย็บจักรอุตสาหกรรม กลุ่มเลี้ยงหมูหลุม กลุ่มเลี้ยงปลานิล กลุ่มเลี้ยงโคขุน รวมทั้งได้มีโครงการอนุรักษ์สวนป่าของโรงเรียน ซึ่งมีพรรณไม้รวมกันกว่า ๑๒๐ ชนิด ในพื้นที่ ๒๕ ไร่ ทำให้ชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้น  สามารถยกระดับการครองชีพให้มีคุณภาพสูงขึ้น
    ๒.๒    โครงการศูนย์เรียนรู้การเลี้ยงโคพื้นเมือง  ณ บ้านมะขามเอน หมู่ที่ ๗ ตำบลท่าเคย อำเภอสวนผึ้ง การดำเนินโครงการในลักษณะที่เกษตรกรจำนวน ๒๒ ครัวเรือน ได้มีการรวมตัวกันเลี้ยงโคพื้นเมือง รวมทั้งมีการรวมตัวกันจัดตั้งกองทุน/กลุ่มอาชีพต่างๆ  เช่น การทำผลิตภัณฑ์น้ำยาอเนกประสงค์  พริกแกง  หมี่กรอบ ฯลฯ  แต่ยังไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควรเมื่อเปรียบเทียบกับการดำเนินการของบ้านหนองขาม  ตำบลป่าหวาย  แม้จะเป็นหมู่บ้านที่มีพื้นที่ติดต่อกัน
 
๒.๓  โครงการสนับสนุนด้านการท่องเที่ยว  ของอำเภอสวนผึ้ง  จังหวัดราชบุรี 
จากการตรวจติดตามพบว่า  แม้ว่าขณะนี้  เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศไทยอยู่ในภาวะตกต่ำ  แต่รีสอร์ทและที่พักหลายแห่งในอำเภอสวนผึ้ง   ยังมีนักท่องเที่ยวเข้ามาพักอย่างต่อเนื่อง  บางแห่งมีนักท่องเที่ยวจองที่พักเต็มไปจนถึงเดือนกรกฎาคม  ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวในประเทศที่ต้องการเดินทางไปพักผ่อนและท่องเที่ยวที่ใช้เวลาเดินทางไม่มากนัก เพราะอำเภอสวนผึ้งมีสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นธรรมชาติ ป่าเขาที่สวยงาม  ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า  จังหวัดราชบุรีเป็นจังหวัดที่มีความพร้อมในการที่จะส่งเสริมและพัฒนาด้านการท่องเที่ยว  ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญและมีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งของภาคตะวันตก

๓.    ข้อค้นพบ
๓.๑  การดำเนินการโครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชน (SML)  ของ
อำเภอสวนผึ้ง  จังหวัดราชบุรี  หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น  พัฒนาการอำเภอ ปลัดอำเภอ  ยังไม่สามารถสร้างกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในระหว่างชุมชนได้    การดำเนินการของชุมชนที่ประสบผลสำเร็จ เกิดจากปัจจัยขับเคลื่อนหลายมิติ  เช่น ทรัพยากรต่างๆ ที่มีอยู่ในท้องถิ่น ผู้นำชุมชนที่มีศักยภาพ มีความเป็นผู้นำที่เข้มแข็ง  สามารถสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในชุมชน  สร้างกระบวนการพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน  ซึ่งปัจจัยต่างๆ ดังกล่าว  สามารถนำมาเป็น Best Practice  ของชุมชนที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกันได้  แต่ข้อเท็จจริงยังปรากฏว่า  หมู่บ้าน/ชุมชนใกล้เคียง  มิได้มีการนำแนวทางดังกล่าวไปเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติ  องค์ความรู้ในหลายๆ ด้านจึงถูกจำกัดอยู่เฉพาะในชุมชนเท่านั้น
        ๓.๒  การส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดราชบุรี  ซึ่งเดิมมีแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นที่รู้จักแพร่หลาย  เช่น  ตลาดน้ำดำเนินสะดวก  ถ้ำค้างคาว  วัดขนอน  เป็นต้น  นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไป – กลับได้ในวันเดียว  แต่มีแรงจูงใจให้มีการพักค้างคืนน้อย  ทำให้ธุรกิจการท่องเที่ยวไม่สามารถสร้างแรงกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายในวงจรเศรษฐกิจด้านอื่นๆ ของจังหวัดราชบุรีได้มากนัก   ทั้งๆ ที่จังหวัดราชบุรียังมีทรัพยากรด้านการท่องเที่ยวที่จะสามารถพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของภูมิภาคได้อีกจังหวัดหนึ่ง

๔.  ข้อเสนอแนะ
        ๔.๑  จังหวัดควรคัดเลือกหมู่บ้าน/ชุมชนที่ประสบความสำเร็จในการบริหารจัดการ  ทำให้มีคุณภาพชีวิตที่สูงขึ้น  เป็นหมู่บ้านต้นแบบให้ผู้นำหมู่บ้าน/ชุมชนอื่นภายในจังหวัด  ได้มีการศึกษาเรียนรู้  และถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แพร่หลายอย่างกว้างขวางต่อไป รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบจะต้องเข้าไปช่วยดำเนินการ  หรือเป็นพี่เลี้ยงในเรื่องการบริหารจัดการด้วย 
        ๔.๒  จังหวัดราชบุรี  ควรมอบหมายให้ สำนักงาน ท.ท.ท. จังหวัดหารือกับ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด กรมอุทยานแห่งชาติฯ  และภาคธุรกิจเอกชนด้านการท่องเที่ยว  จัดทำโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในอำเภอสวนผึ้ง   ซึ่งยังมีทรัพยากรด้านการท่องเที่ยวที่ยังเป็นธรรมชาติที่สมบูรณ์  รวมทั้งการสร้างกิจกรรมที่น่าสนใจ  และดำเนินการประชาสัมพันธ์เพื่อเป็นการสร้างจุดขาย  และดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศ  และต่างประเทศให้เข้ามาท่องเที่ยวพักผ่อนที่จังหวัดราชบุรี  มากยิ่งขึ้น ทั้งนี้  เพื่อมิให้การท่องเที่ยวไปทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

downloadเอกสารเพิ่มเติม (235.45 kb)

 


หน้าหลัก | อ.ค.ต.ป. กลุ่มจังหวัดคณะที่ 1 | ข่าวสารกิจกรรม | สรุปผลการตรวจติดตามงานในพื้นที่จังหวัดราชบุรี เมื่อวันที่ ๒๓ – ๒๔ เมษายน ๒๕๕๒