Notice: Undefined index: ADMIN_USER in /var/www/paecthai.opdc.go.th/report/report_data.php on line 4 Notice: Undefined variable: HTTP_GET_VARS in /var/www/paecthai.opdc.go.th/report/Connections/adoconn.php on line 95 Notice: Undefined variable: HTTP_POST_VARS in /var/www/paecthai.opdc.go.th/report/Connections/adoconn.php on line 96 Notice: Undefined variable: HTTP_COOKIE_VARS in /var/www/paecthai.opdc.go.th/report/Connections/adoconn.php on line 97 Notice: Undefined variable: HTTP_SERVER_VARS in /var/www/paecthai.opdc.go.th/report/Connections/adoconn.php on line 101 Notice: Undefined index: action in /var/www/paecthai.opdc.go.th/report/report_data.php on line 20 Notice: Undefined index: report_data in /var/www/paecthai.opdc.go.th/report/adodb/Iakt/drivers/KT_adodb-mysqlt.inc.php on line 148 Notice: Undefined index: report_data in /var/www/paecthai.opdc.go.th/report/adodb/Iakt/drivers/KT_adodb-mysqlt.inc.php on line 150 Notice: Undefined index: action in /var/www/paecthai.opdc.go.th/report/report_data.php on line 44

รายงานผลการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 (รอบ 12 เดือน) ของ ?.?.?. ????????????????????????????????

ผลการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการตามประเด็นการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ

ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ

1. การตรวจราชการ

ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ
1. การตรวจราชการกรณีปกติ เป็นการตรวจราชการตามแผนงานและโครงการของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่กำหนดในแผนการตรวจราชการของผู้ตรวจราชการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 จำนวน 6 โครงการ ได้แก่
1) โครงการพัฒนาการกีฬาและนันทนาการมวลชน
2) โครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเมืองปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน
3) โครงการความร่วมมือกับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นในการบริการชุมชน
4) โครงการเพิ่มศักยภาพการรักษาความปลอดภัยบริเวณแหล่งท่องเที่ยวทางน้ำ หรือทางทะเล ถ้ำและน้ำตก
5) โครงการพัฒนาการให้บริการทางการกีฬาในส่วนภูมิภาค
6) โครงการปฏิญญารักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
ผลการตรวจราชการพบว่ามีบางโครงการที่ยังมีปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงาน เช่น โครงการพัฒนาการกีฬาและนันทนาการมวลชน เกิดภัยธรรมชาติ ภูมิประเทศไม่เอื้ออำนวยในการจัดกิจกรรม งบประมาณล่าช้า ขั้นตอนการเบิกจ่ายยุ่งยาก ขาดสถานที่ในการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ฯ และโครงการพัฒนาการให้บริการทางการกีฬาในส่วนภูมิภาค การจัดสรรเงินอุดหนุนมีค่อนข้างจำกัด

2. การตรวจราชการแบบบูรณาการเพื่อมุ่งผลสัมฤทธิ์ ร่วมกับผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรีและกระทรวงอื่น ให้เป็นไปตามหลักการบริหารบ้านเมืองที่ดี จำนวน 2 โครงการ ดังนี้

1) โครงการพัฒนาการให้บริการทางการกีฬาในส่วนภูมิภาค
2) โครงการปฏิญญารักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
3. การตรวจราชการกรณีพิเศษ ประกอบด้วย
1) เรื่องที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย
2) เรื่องที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ สถานการณ์สำคัญ ภัยพิบัติ อันจำเป็นที่รัฐบาลและหน่วยงานของรัฐต้องเข้าไปดำเนินการช่วยเหลือและแก้ไข ให้ทันการ
3) ตรวจเยี่ยม แนะนำ ชี้แจง รับฟังความคิดเห็นและความต้องการของประชาชนในท้องที่ต่างๆ ที่ได้รับความเดือดร้อน
จากการตรวจราชการของหน่วยรับตรวจ พบประเด็นสำคัญ สรุปได้ดังนี้
สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด (สทกจ.)
1) การบริหารงาน : สทกจ. ที่เป็นกลุ่มจังหวัดแบบ จ.4
- สามารถแก้ไขข้อจำกัดการบริการงานดังกล่าว เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามนโยบายและการ บูรณาการของกระทรวงฯ
2) การบริหารบุคคล : บุคลากรไม่เพียงพอต่อการปฏิบัติภารกิจงานด้านการท่องเที่ยว การกีฬา และนันทนาการ
- ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสามารถบูรณาการการปฏิบัติการทำงานระหว่างเจ้าหน้าที่สำนักงานท่องเที่ยวจังหวัดและกีฬาจังหวัดกับเจ้าหน้าที่ พลศึกษาจังหวัดและอำเภอตามที่ได้รับมอบหมาย
3) การบริหารงบประมาณ
- เจ้าหน้าที่จากส่วนกลางของกระทรวงฯ ได้มอบภารกิจการปฏิบัติงานแก่ผู้รับผิดชอบในสำนักการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดให้ปฏิบัติงานตามระเบียบที่วางไว้อย่างเคร่งครัด
4) การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่พลศึกษา (จพล.) ประจำจังหวัดและอำเภอ


- พบว่า มีความเป็นผู้นำและสามารถบูรณาการทำงานร่วมกับประชาชนเป็นอย่างดี และเป็นที่ยอมรับของจังหวัด
- กรมพลศึกษา ได้สร้างความรู้ความเข้าใจให้กับเจ้าหน้าที่ เพื่อให้มีบทบาทและหน้าที่สำคัญ ให้กับผู้เกี่ยวข้องและนายอำเภอทราบแล้ว

ศูนย์การกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัด/ภาค
- ศูนย์ กกท.จังหวัด/ภาค จัดทำทะเบียนรายชื่อผู้ใช้บริการและอุปกรณ์กีฬาเป็นรายจังหวัด เพื่อเป็นฐานข้อมูลในการวิเคราะห์ความต้องการของผู้ใช้บริการ พร้อมทั้งการจัดสรรอุปกรณ์ให้เหมาะสมและตรงกับความต้องการในปีถัดไป

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานจังหวัด
- เจ้าหน้าที่มีศักยภาพพร้อมในการปฏิบัติงานและจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งมีมาตรการเชิงรุกในการแก้ไขปัญหาการถูกหลอกลวงของนักท่องเที่ยว

สถาบันการพลศึกษา วิทยาเขต
- มีการบริหารจัดการอย่างมีระบบ ระเบียบเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และมีรากฐานระบบการปฏิบัติของนักกีฬาเป็นอย่างดี และได้มีการจัดจ้าง อดีตนักกีฬาทีมชาติและอดีตผู้ฝึกสอนที่มีชื่อเสียงเป็นผู้ฝึกสอนให้กับนักกีฬาในสถาบันการพลศึกษา

โรงเรียนกีฬาจังหวัด
- สามารถบริหารจัดการด้าน การเรียน การสอน และจัดมาตรฐานหอพักนักเรียนได้อย่างมีระบบระเบียบ และมีการบูรณาการกับหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องได้เป็นอย่างดี
สถานีตำรวจท่องเที่ยวจังหวัด
มีจำนวนบุคลากรไม่เพียงพอต่อการปฏิบัติงาน แต่ได้แก้ไขโดยการใช้อาสาสมัคร และนักศึกษาฝึกงานช่วยปฏิบัติงานในการให้บริการและดำเนินการเรื่องการให้บริการเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเพื่อการสอดส่องดูแลรักษาความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติที่มาท่องเที่ยวในประเทศไทยด้วย และช่วยดูแลเรื่องงานเอกสารต่างๆ ของสำนักงานอย่างมีประสิทธิภาพ
- ได้มีการบูรณาการการทำงานร่วมกับสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด สำนักทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ และหน่วยงานอื่นที่ท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี
ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง ควรกำกับ ติดตามการประเมินผลการดำเนินงานตามข้อเสนอแนะของผู้ตรวจราชการ และสนับสนุนระบบการตรวจราชการของกระทรวงฯ เนื่องจากข้อจำกัดด้านอัตรากำลังเจ้าหน้าที่และงบประมาณ จึงขอเสนอแนะแนวทางในการตรวจราชการของกระทรวงฯ ดังนี้
1. สนับสนุนให้ผู้ตรวจราชการฯ เป็นกลไกสนับสนุนการบริหารอย่างแท้จริงและผลักดันให้ตำแหน่งผู้ตรวจราชการมีความก้าวหน้า อาทิ การเข้าสู่ตำแหน่งในระดับที่สูงขึ้น ต้องผ่านการดำรงตำแหน่งของผู้ตรวจราชการฯ มาก่อน และมอบอำนาจฯ ให้ผู้ตรวจราชการมากขึ้นรวมทั้งสามารถให้คุณให้โทษผู้ใต้บังคับบัญชาได้
2. จัดทำระบบการตรวจราชการให้เหมาะสมระหว่างปริมาณงานกับปริมาณอัตรากำลังที่มีอยู่และมีความเป็นไปได้ การตรวจราชการควรมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ มีความโปร่งใสและเป็นธรรม ทั้งนี้สามารถจัดระบบการตรวจราชการโดยมีแนวทางปฏิบัติ 3 ลักษณะ ดังนี้
2.1 กำหนดพื้นที่ตรวจให้เหมาะสมกับอัตรากำลังที่มีอยู่ (Area Base)
2.2 กำหนดประเด็นการตรวจตามนโยบายเฉพาะด้าน (Agenda Base)
2.3 ตรวจตามประเด็นอื่น ๆ เช่น สถานการณ์ภัยพิบัติ หรือข้อสังการเร่งด่วนของผู้บริหาร
3. การให้ความรู้และฝึกเจ้าหน้าที่ของกองตรวจราชการให้มีความเชี่ยวชาญในการรองรับภารกิจและสามารถปฏิบัติงานทดแทนกันได้

2. การตรวจสอบภายใน

ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ
1) การปฏิบัติงานของหน่วยงานตรวจสอบภายใน ในสังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ส่วนใหญ่ปฏิบัติงานเป็นไปตามแผนและมาตรฐานการตรวจสอบภายในของส่วนราชการ

2) การติดตามผลการปฏิบัติตามข้อเสนอแนะของหน่วยรับตรวจในส่วนภูมิภาคยังไม่สามารถดำเนินการได้ครบถ้วนตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และ ที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมทั้งระเบียบการเบิกจ่ายเงินคงคลังการเก็บรักษาเงิน ฯ
1. หน่วยงานควรมีการพัฒนาความรู้ความเข้าใจให้กับผู้ตรวจสอบภายใน เพื่อให้การกำกับดูแลและติดตามผลการดำเนินงานเป็นไปตามกระบวนการกำกับดูแลองค์กรที่ดี

2. หน่วยงานควรมีการจัดฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในส่วนภูมิภาคให้มีความรู้ด้านการเงินบัญชีและพัสดุ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการได้อย่างถูกต้องตามระเบียบฯ

3. การควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยง

ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ
ผลการสอบทาน ค.ต.ป. ประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ไม่พบข้อบกพร่องหรือข้อสังเกตที่มีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ค.ต.ป. ประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามีข้อค้นพบ/ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ ดังนี้



กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬายังมีข้อจำกัดด้านอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน และเจ้าหน้าที่ ยังขาดความเข้าใจในการระบุ วิเคราะห์ความเสี่ยง กิจกรรมการควบคุมที่กำหนดจึงยังไม่ครอบคลุมระดับความเสี่ยงสำคัญที่กำลังเผชิญ
1. ผู้บริหารทุกระดับควรส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดระบบการควบคุมภายในที่เหมาะสม ควรให้ความสำคัญในการวิเคราะห์ความเสี่ยงและเสนอแนะวิธีการปรับปรุงการควบคุมภายใน ซึ่งจะช่วยให้การจัดวางระบบการควบคุมภายในมีประสิทธิผล เสริมสร้างความมีประสิทธิภาพในการดำเนินงานให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้

2. ควรจัดให้มีการอบรมเกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยง ให้แก่บุคลากรของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาอย่างต่อเนื่องและทั่วถึง เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจและสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิผล

4. การปฏิบัติราชการตามคำรับรองการปฏิบัติราชการ

ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ
จากการสอบทานรายงานผลการดำเนินการ ตามตัวชี้วัดตามคำรับรองการปฏิบัติราชการ ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 รอบ 12 เดือนพบว่า ส่วนราชการได้คะแนนจากการประเมินตนเองเรียงตามลำดับ ดังนี้
1. สถาบันการพลศึกษา ได้คะแนน 4.3781 คะแนน
2. สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้คะแนน 3.8674 คะแนน
3. กรมพลศึกษา ได้คะแนน 3.8214 คะแนน
4. กรมการท่องเที่ยว ได้คะแนน 3.5996 คะแนน
ส่วนราชการสามารถดำเนินการในมิติที่ 4: มิติด้านการพัฒนาองค์กร ได้คะแนนสูงสุดคือได้คะแนนเฉลี่ย 4.89 คะแนน ในขณะที่มิติที่ 2: มิติด้านคุณภาพการให้บริการ ได้คะแนนต่ำสุดคือได้คะแนนเฉลี่ย 3.07 คะแนน และในการดำเนินงานปี 2554 เป็นไปด้วยความล่าช้าประกอบกับยังไม่มีการตรวจสอบและประเมินผลการดำเนินงานตามคำรับรองฯ จากสำนักงาน ก.พ.ร. และบริษัทที่ปรึกษาทริสทั้งนี้ มีสาเหตุมาจาก
1. การเจรจาตัวชี้วัดระดับกระทรวงและกรมให้ได้ข้อยุติและความชัดเจนเป็นไปอย่างล่าช้า
2. ขั้นตอนและเกณฑ์การดำเนินงานบางตัวชี้วัดต้องรอความชัดเจนจากสำนักงาน ก.พ.ร.

3. การดำเนินงานตามตัวชี้วัดขาดความต่อเนื่อง เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารระดับสูง และผู้รับผิดชอบตัวชี้วัดบ่อยครั้ง
4. ผู้รับผิดชอบตัวชี้วัดไม่เข้าใจเกณฑ์การดำเนินงานตัวชี้วัดและไม่ให้ความสำคัญการดำเนินงานเท่าที่ควร
5. บางตัวชี้วัดเป็นตัวชี้วัดใหม่ หน่วยงานไม่ได้ตั้งงบประมาณไว้ล่วงหน้า จึงไม่สามารถดำเนินการได้
สำนักงาน ก.พ.ร. ควรกำหนดระยะเวลาในการเจรจาตัวชี้วัดระดับกระทรวงและระดับกรม ให้ได้ข้อยุติเร็วขึ้น เพื่อที่จะได้จัดทำคำรับรอง การปฏิบัติราชการ และมีเวลาในการดำเนินงานตามคำรับรองฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาควร ให้ความสำคัญด้านคุณภาพการให้บริการมากขึ้น เนื่องจากได้ค่าคะแนนต่ำและตัวชี้วัดในมิตินี้จะสะท้อนถึงความพึงพอใจของประชาชนหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่มีต่อกระทรวงฯ ด้วย

5. รายงานการเงิน

6. การสอบทานกรณีพิเศษ

ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ
1. โครงการส่งเสริมความเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และสุขภาพ ตามแนวทางพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่าย อินโดนีเซีย มาเลเซีย และไทย ( Medical Tourism Hub)

วัตถุประสงค์
1. เพื่อศึกษาแนวทางความร่วมมือและการพัฒนาศักยภาพในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และสุขภาพตามแนวทางพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่าย อินโดนีเซีย มาเลเซีย และไทย หรือ IMT-GT ซึ่งสรุปแนวทางได้ดังนี้
1.1 ความร่วมมือในด้านการพัฒนามาตรฐาน บริการด้านการแพทย์และสุขภาพ

- ประเทศในกลุ่ม IMT-GT ร่วมมือในการจัดทำมาตรฐานการบริการด้านการแพทย์และสุขภาพ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ในราคาเหมาะสม และสร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยว
1.2 ความร่วมมือในด้านการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาใช้บริการ ด้านการแพทย์และสุขภาพ
- ประเทศในกลุ่ม IMT-GT ร่วมมือในการจัดทำช่องทางพิเศษ ณ สนามบินนานาชาติของแต่ละประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศที่เดินทางเข้ามาเพื่อรับบริการทางการแพทย์
- ประเทศในกลุ่ม IMT-GT ร่วมมือในการยกเว้นค่าธรรมเนียมลงตรา VISA (ค่าธรรมเนียมทำ VISA เข้าประเทศ) สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศที่เดินทางเข้ามาในประเทศที่อยู่ภายใต้ IMT-GT เพื่อรับบริการทางการแพทย์
- สร้างความร่วมมือในโครงการประกันสุขภาพในนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศให้ครอบคลุมถึงการรักษาในประเทศที่อยู่ภายใต้ IMT-GT
1.3 ความร่วมมือในด้านการทำกิจกรรมการตลาดร่วมกันเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และเชิงสุขภาพ
- จัดกิจกรรมจับคู่ทางธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการด้านการแพทย์ ผู้ประกอบการด้านสุขภาพ และผู้ประกอบการการท่องเที่ยว ของประเทศไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย เพื่อให้เกิดการร่วมมือทางธุรกิจมากขึ้น ทั้งด้านการส่งเสริมการใช้บริการด้านการแพทย์และสุขภาพระหว่างประเทศภายใต้ IMT-GT และระหว่างประเทศใน IMT-GT กับประเทศภายนอก
- ประเทศในกลุ่ม IMT-GT ร่วมมือในการทำตลาดด้านการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และเชิงสุขภาพนอกพื้นที่ของ IMT-GT โดยจัดกิจกรรมปีแห่งการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และเชิงสุขภาพภายใต้ IMT-GT
- ร่วมกันกำหนดแผนการพัฒนาให้ IMT-GT เป็นศูนย์กลางสปาของโลก (World Best Spa Destination) เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาสปา ของทั้ง 3 ประเทศใน IMT-GT ให้มีความหลากหลายและมาตรฐาน
1.4 ความร่วมมือในด้านการจัดทำระบบสารสนเทศด้านการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ และเชิงคุณภาพ

- จัดเก็บสถิตินักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการทางการแพทย์และสุขภาพจากนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศของแต่ละประเทศภายใต้ IMT-GT เพื่อใช้ในด้านการวางแผนพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และเชิงสุขภาพร่วมกัน
- จัดทำระบบฐานข้อมูลผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และสุขภาพของประเทศใน IMT-GT ประกอบด้วยข้อมูลเกี่ยวกับผู้ให้บริการด้านการแพทย์ทุกประเภท บริการด้านสุขภาพ โรงแรมและสถานพักแรมอื่นๆ ตลอดจนบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องในการสร้างความร่วมมือระหว่างกัน ทางธุรกิจ และเป็นประโยชน์ต่อนักท่องเที่ยวในการติดต่อขอใช้บริการ
2. เพื่อส่งเสริมและพัฒนาความร่วมมือระหว่างประเทศตามกรอบ IMT-GT
3. เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ชาวต่างชาติและผู้ติดตามเดินทางมาใช้บริการด้านการแพทย์และสุขภาพในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น

ผลการดำเนินงาน
1. จัดทำรายงานผลการศึกษาการวิเคราะห์จุดแข็งจุดอ่อนโอกาสและอุปสรรคการพัฒนาความร่วมมือของ 3 ประเทศ (อินโดนีเซีย มาเลเซีย และไทย) รวมทั้งสถานการณ์การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และสุขภาพตามกรอบความร่วมมือดังกล่าว และความต้องการของนักท่องเที่ยวในการใช้บริการทางการแพทย์และสุขภาพ ข้อมูลสถิติเปรียบเทียบของนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการทางการแพทย์ของทั้ง 3 ประเทศ
2. จัดการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะการพัฒนาความร่วมมือในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และสุขภาพจากผู้แทนประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซียและไทย ณ โรงแรม SANUR BEACH จังหวัดบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2554 ผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย ผู้แทนจากประเทศไทย ผู้ประกอบการจากประเทศอินโดนีเซียและมาเลเซียรวม 80 คน โดยการประชุมมีการบรรยายพิเศษเรื่อง ความพร้อมของประเทศไทยในการร่วมพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ภายใต้กรอบ IMT-GT โดยนายแพทย์สุรพงษ์ อำพันวงษ์ และการอภิปรายเรื่อง การเชื่อมโยงสินค้าและบริการด้านสุขภาพเพื่อการท่องเที่ยวภายใต้กรอบ IMT-GT และได้มีการแสดงความคิดเห็นจากผู้เข้าร่วมประชุมในการเสนอแนวทางการพัฒนาความร่วมมือในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ร่วมกัน
3. จัดกิจกรรมส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การขายด้านการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และสุขภาพ ณ โรงแรม SANUR BEACH จังหวัดบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2554 โดยมีการจัดบู๊ธประชาสัมพันธ์โรงพยาบาลของประเทศไทยในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ผู้ประกอบการ ด้านการท่องเที่ยว สปา ร้านอาหาร ผลิตภัณฑ์ ฮาลาล ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง จำนวน 11 บูธ โดยมีการจัดพิมพ์เอกสารเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ และมีการเจรจาเพื่อสร้างความเชื่อมโยงทางธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการจากประเทศไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย





การดำเนินงานส่งเสริมความเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ฯ จะต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ และเอกชน และภาคประชาชน เข้ามาเป็นส่วนร่วมในการพัฒนาเพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์อย่างยั่งยืน สิ่งสำคัญคือการประสานงาน ซึ่งต้องดำเนินการอย่างใกล้ชิดระหว่างภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชน โดยภาครัฐจะต้องดำเนินการเรื่องนี้ในเชิงรุกมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ทันกับการดำเนินงานของภาคเอกชน

7. การสอบทานกรณีอื่นๆ