Notice: Undefined index: ADMIN_USER in /var/www/paecthai.opdc.go.th/report/report_data.php on line 4 Notice: Undefined variable: HTTP_GET_VARS in /var/www/paecthai.opdc.go.th/report/Connections/adoconn.php on line 95 Notice: Undefined variable: HTTP_POST_VARS in /var/www/paecthai.opdc.go.th/report/Connections/adoconn.php on line 96 Notice: Undefined variable: HTTP_COOKIE_VARS in /var/www/paecthai.opdc.go.th/report/Connections/adoconn.php on line 97 Notice: Undefined variable: HTTP_SERVER_VARS in /var/www/paecthai.opdc.go.th/report/Connections/adoconn.php on line 101 Notice: Undefined index: action in /var/www/paecthai.opdc.go.th/report/report_data.php on line 20 Notice: Undefined index: report_data in /var/www/paecthai.opdc.go.th/report/adodb/Iakt/drivers/KT_adodb-mysqlt.inc.php on line 148 Notice: Undefined index: report_data in /var/www/paecthai.opdc.go.th/report/adodb/Iakt/drivers/KT_adodb-mysqlt.inc.php on line 150 Notice: Undefined index: action in /var/www/paecthai.opdc.go.th/report/report_data.php on line 44

รายงานผลการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 (รอบ 12 เดือน) ของ ?.?.?. ??????????????????????????

ผลการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการตามประเด็นการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ

ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ

1. การตรวจราชการ

ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ
1. คณะผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ออกตรวจราชการและจัดทำรายงานผลการตรวจราชการโครงการตามแผนการตรวจราชการแบบปกติ ตามรูปแบบที่คณะผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำหนด

2. โครงการก่อสร้างแหล่งน้ำและระบบส่งน้ำพบปัญหาในการดำเนินงานน้อย การให้ข้อเสนอแนะของผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในโครงการนี้แก่หน่วยรับตรวจ ส่วนใหญ่เพื่อเป็นข้อคิดและแนวทางในการพัฒนาต่อจากงานก่อสร้างเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนมากขึ้น
1. ศูนย์ข้าวชุมชนบางแห่งที่มีการผลิต เมล็ดพันธุ์ที่ได้มาตรฐานแล้วหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรให้คำแนะนำในเรื่องชนิดเมล็ดพันธุ์ซึ่งเป็น ที่ต้องการของตลาด รวมทั้งจัดหาแหล่งจำหน่ายและกำหนดราคาขายให้มีความเหมาะสม จะได้เป็นแรงจูงใจให้เกษตรกรหันมาผลิตเมล็ดพันธุ์กันมากขึ้น

2. เนื่องจากในปีงบประมาณ พ.ศ.2554 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีนโยบายจัดทำโครงการพัฒนาและบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตรซึ่งคาดว่าในระยะยาวจะเห็นประโยชน์จากการดำเนินงานซึ่งมีการบูรณาการระหว่างหน่วยงานต่างๆ ค่อนข้างชัดเจน กระทรวงฯ จึงควรให้ความสำคัญในการดำเนินงานโครงการพัฒนาและบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตรเพื่อเป็นการต่อจากโครงการก่อสร้างแหล่งน้ำและระบบส่งน้ำ (โครงการขนาดเล็ก) ให้มากขึ้น

2. การตรวจสอบภายใน

ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ
๑. จากการสอบทานรายงานผลการประเมินตนเองของสำนัก/กลุ่มตรวจสอบภายในพบว่า ภาพรวมของการปฏิบัติตามมาตรฐานการตรวจสอบภายในของส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่วนใหญ่มีจริยธรรมและการปฏิบัติตามมาตรฐานการตรวจสอบภายในมาตรฐานทั่วไป และมาตรฐานการปฏิบัติงานอยู่ในระดับดีมาก
อย่างไรก็ตาม สำนัก/กลุ่มตรวจสอบภายในของส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังมีความต้องการในการพัฒนาศักยภาพเพื่อเพิ่มสมรรถนะของเจ้าหน้าที่ในด้านต่าง ๆ ดังนี้
1) ด้านการตรวจสอบการดำเนินงาน
2) การตรวจสอบการปฏิบัติงานในระบบ GFMIS
3) การตรวจสอบสารสนเทศ (IT Audit) โดยฝึกอบรมเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เพื่อนำไปใช้ในการวางแผนการตรวจสอบด้านสารสนเทศ

2. จากการสอบทานการจัดทำแผนการตรวจสอบภายใน และผลการปฏิบัติงานของแต่ละส่วนราชการ ภาพรวมของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พบว่าแผนการตรวจสอบภายในได้พัฒนาขึ้นโดยลำดับ มีการจัดทำแผนการตรวจสอบภายในตามผลการประเมินความเสี่ยงและจัดลำดับความสำคัญของกิจกรรม/หน่วยงานอย่างเป็นระบบ การกำหนดเรื่องที่ตรวจสอบมีความหลากหลายครอบคลุมทั้งด้านการเงินการบัญชี ด้านการปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ และด้านการดำเนินงานตามภารกิจสำคัญของส่วนราชการนั้น ๆ รวมถึงการตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้าง บางส่วนราชการมีแผนให้คำปรึกษาเชิงรุกเกี่ยวกับการส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับกฎ ระเบียบ ปัญหา ข้อตรวจพบเพื่อให้หน่วยงานมีการปรับปรุงและนำไปสู่การปฏิบัติ มีบางส่วนราชการจัดทำคู่มือการปฏิบัติงานในระบบ GFMIS ให้สอดคล้องกับลักษณะงานและภารกิจของหน่วยงาน และคู่มือการแก้ไขข้อมูลในระบบ โดยแจ้งเวียนให้หน่วยงานย่อยภายใต้สังกัดส่วนราชการ และหรือลง เว็บไซต์ของหน่วยงานให้ถือปฏิบัติ แต่มีข้อจำกัดที่ทำให้การตรวจสอบไม่สามารถให้บริการได้เต็มประสิทธิภาพ ได้แก่
2.1 การมีอัตรากำลังของผู้ตรวจสอบภายในน้อยเกินไปในบางส่วนราชการที่มีภารกิจเป็นจำนวนมาก เช่น ผู้ตรวจสอบภายใน 1 – 2 อัตรา ต่อ 1 ส่วนราชการ และการขาดแคลนผู้ปฏิบัติงานตรวจสอบภายใน ซึ่งมีอัตราว่างในช่วงระหว่างปีเนื่องจากการโอนย้ายไปดำรงตำแหน่งในส่วนราชการอื่น การเกษียณอายุราชการก่อนกำหนดและการลาออกของพนักงานราชการที่ปฏิบัติงานตรวจสอบภายใน บางส่วนราชการ เร่งจัดหาบุคลากรทดแทนแต่ไม่สามารถดำเนินการได้ทัน การขาดทักษะความรู้ ขาดความชำนาญและประสบการณ์ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการสั่งสม
2.2 ปัญหาบางส่วนราชการได้รับจัดสรรงบประมาณไม่เป็นไปตามแผนการตรวจสอบที่วางไว้ทำให้ไม่สามารถปฏิบัติงานตรวจสอบได้ตามแผน
1. ส่วนราชการควรสนับสนุนงบประมาณ และอัตรากำลังผู้ตรวจสอบภายในให้เพียงพอกับการปฏิบัติงาน

2. กรมบัญชีกลางควรดำเนินการ ดังนี้
2.1 ควรปรับปรุงแก้ไขมาตรฐานการตรวจสอบภายในและจริยธรรมของผู้ตรวจสอบภายในของส่วนราชการ พ.ศ.2545 ให้สอดคล้องกับระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการตรวจสอบภายในของส่วนราชการ พ.ศ.2551 เพื่อให้ ผู้ตรวจสอบภายในส่วนราชการสามารถประเมินตนเองได้ครบถ้วนสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
2.2 ควรปรับปรุงแบบประเมินตนเองของหน่วยงานตรวจสอบภายในของส่วนราชการให้สอดคล้องกับระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการตรวจสอบภายในของส่วนราชการ พ.ศ.2551 เพื่อให้ผู้ตรวจสอบภายในส่วนราชการมีความเข้าใจและสะดวกในการประเมินตนเองยิ่งขึ้น
2.3 ควรจัดให้มีการอบรมในการใช้ข้อมูลจากเครื่อง Terminal แก่ผู้ตรวจสอบภายในให้ทั่วถึงทุกส่วนราชการ เพื่อให้สามารถดูข้อมูลของหน่วยรับตรวจได้รวดเร็ว ทันการณ์ เหมือนสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน และเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการตรวจสอบ

3. การควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยง

ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ
1. หลายส่วนราชการยังคงพบจุดอ่อนของการดำเนินงานในความเสี่ยงเดิมดังเช่นในปีที่ ผ่านมา ซึ่งเป็นการดำเนินงานที่สนับสนุนงานตามภารกิจหลักของส่วนราชการ ได้แก่ ด้านการบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคล ด้านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านงบประมาณ การเงินและบัญชี แต่อย่างไรก็ตามความเสี่ยงส่วนใหญ่ที่ตรวจพบถือเป็นจุดอ่อนในเชิงการบริหารจัดการภายในที่ไม่มีนัยสำคัญ

2. การจัดทำรายงานการควบคุมภายในตามระเบียบคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้กำหนดแนวทางการจัดวางระบบการควบคุมภายในและการประเมินผลการควบคุมภายในให้ส่วนราชการนำไปประยุกต์ใช้ตามความเหมาะสม โดยในทางปฏิบัติต้องมีการวิเคราะห์และประมวลข้อมูลมาจากหลายระดับ ทำให้เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบต้องศึกษาแนวทางเพื่อทำความเข้าใจให้ชัดเจนและถูกต้องตามระเบียบ ทำให้บางส่วนราชการยังคงมีปัญหาในการจัดทำรายงาน ทั้งในส่วนของความครบถ้วนถูกต้องของแบบรายงานและการประเมินผลการควบคุมภายในให้ครอบคลุมบทบาทภารกิจของส่วนราชการ แต่อย่างไรก็ตาม การกำหนดให้การควบคุมภายในเป็นตัวชี้วัดบังคับตามคำรับรองการปฏิบัติราชการของทุกส่วนราชการทำให้มีการจัดทำรายงานแล้วเสร็จและจัดส่งได้ตามกำหนดเวลา
1. ทุกส่วนราชการควรมีการพัฒนาระบบงานให้มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะระบบงานสนับสนุน โดยศึกษา เปรียบเทียบวิธีการปฏิบัติงานกับส่วนราชการอื่นที่ดีกว่า เพื่อเทียบเคียงการดำเนินงานระหว่างกัน และแลกเปลี่ยนเรียนรู้วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices) เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับลักษณะขององค์กร

2. หน่วยงานกลางที่เกี่ยวข้องควรชี้แจง/ฝึกอบรมการจัดทำรายงานการควบคุมภายในตามแนวทางที่ปรับปรุงใหม่ให้ส่วนราชการอย่างต่อเนื่อง และส่วนราชการควรส่งเสริมให้เกิดการขยายผลการเรียนรู้เกี่ยวกับระบบการควบคุมภายในแก่บุคลากรภายในองค์กรอย่างจริงจังและต่อเนื่อง แม้ว่า สำนักงาน ก.พ.ร. ไม่ได้กำหนดให้การควบคุมภายในเป็นตัวชี้วัดบังคับตามคำรับรองการปฏิบัติราชการประจำปีของส่วนราชการในปีงบประมาณ พ.ศ.2555 โดยสนับสนุนการพัฒนาช่องทาง/เครื่องมือ/กลไกที่มีประสิทธิภาพ ในการถ่ายทอดองค์ความรู้ เพื่อให้ผู้บริหารและบุคลากรเห็นความสำคัญและสร้างความเข้าใจที่ชัดเจนที่จะนำไปถือปฏิบัติให้เป็นไปในแนวทางเดียวกันและสามารถจัดทำรายงานควบคุมภายในได้อย่างครบถ้วน สมบูรณ์ต่อไป

4. การปฏิบัติราชการตามคำรับรองการปฏิบัติราชการ

ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ
1. ผลจากการสอบทานกิจกรรม ขั้นตอน ระยะเวลา การดำเนินงานเกี่ยวกับการจัดทำคำรับรองการปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมทั้งรายงานรอบ 12 เดือน ของทุกส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พบว่า
1.1 มีกิจกรรมที่สำคัญที่ไม่สามารถดำเนินการได้ตามระยะเวลาที่กำหนดในปฏิทิน การจัดทำคำรับรองการปฏิบัติราชการ ซึ่งปรากฏตามคู่มือการประเมินผลการปฏิบัติราชการตาม คำรับรองการปฏิบัติราชการของส่วนราชการประจำปี
1.1.1. การส่งผลการตรวจสอบรายละเอียดตัวชี้วัด (KPI Audit) ของสำนักงาน ก.พ.ร. ให้กับส่วนราชการ มีความล่าช้ากว่าที่กำหนด กล่าวคือ ตามปฏิทินการจัดทำคำรับรองการปฏิบัติราชการและการประเมินผลการปฏิบัติราชการของส่วนราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 กำหนดให้สำนักงาน ก.พ.ร. ส่งผลการตรวจสอบรายละเอียดตัวชี้วัด (KPI Audit) ให้ส่วนราชการ ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2554 แต่สำนักงาน ก.พ.ร. แจ้งผลการตรวจสอบรายละเอียดตัวชี้วัดให้ส่วนราชการ เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2554 ซึ่งล่าช้ากว่าปฏิทินที่กำหนดไว้ ประมาณ 4 เดือน
1.1.2 ในปี 2554 มีการกำหนดให้มีตัวชี้วัด ระดับความสำเร็จของร้อยละเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักในการดำเนินการตามแผนปฏิบัติราชการของกระทรวงที่มีเป้าหมายร่วมกันระหว่างกระทรวงเป็นปีที่ 2 โดยในทางปฏิบัติ สำนักงาน ก.พ.ร. เป็นหน่วยงานกลางพิจารณาร่วมกับคณะกรรมการเจรจาข้อตกลงและประเมินผล ได้แจ้งข้อยุติเกี่ยวกับจำนวนตัวชี้วัดย่อย ค่าเป้าหมาย และเกณฑ์การให้คะแนนของตัวชี้วัดนี้อย่างเป็นทางการเมื่อเดือน 30 พฤษภาคม 2554 ซึ่งล่วงเลยการดำเนินงานมาแล้วประมาณ 7 เดือน

2. ผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดตามคำรับรองการปฏิบัติราชการ รอบ 12 เดือน พบว่า
2.1 ทุกส่วนราชการมีผลการประเมินตนเองโดยรวมของแต่ละส่วนราชการ สูงกว่าเป้าหมาย โดยมีคะแนนอยู่ระหว่างระดับ 3.2 - 5 จากระดับคะแนนเต็ม 5 ยกเว้น กรมหม่อนไหม ได้คะแนน 2.9938 อย่างไรก็ตาม ผลการประเมินตนเองดังกล่าวยังไม่สิ้นสุด เนื่องจากมีบางตัวชี้วัดยังไม่ปรากฏผลการดำเนินงาน
2.2 ผลการดำเนินงานของตัวชี้วัดระดับกระทรวง ตัวชี้วัดระดับความสำเร็จในการพัฒนาความเข้มแข็งแก่เกษตรกร ซึ่งมีการกำหนดตัวชี้วัดย่อย “การพัฒนาเกษตรกรในศูนย์ข้าวชุมชน” โดยมีกรมการข้าวเป็นหน่วยงานรับผิดชอบ ยังไม่ปรากฎผลการดำเนินงานและได้คะแนนระดับ 1 (N/A) โดยให้เหตุผลว่าฤดูกาลเก็บเกี่ยวจะสิ้นสุดประมาณเดือนมีนาคม 2555
2.3 ทุกส่วนราชการยังไม่มีข้อมูลผลการดำเนินงานและได้คะแนนระดับ 1 (N/A) ใน 2 ตัวชี้วัด คือ ตัวชี้วัดร้อยละของระดับความพึงพอใจของผู้รับบริการ และตัวชี้วัดร้อยละของระดับความพึงพอใจของผู้กำหนดนโยบาย เนื่องจากต้องรอผลการสำรวจความพึงพอใจ จากสำนักงานสถิติแห่งชาติและสำนักงาน ก.พ.ร. ตามลำดับ
2.4 ตัวชี้วัดที่มีผลการดำเนินงานต่ำกว่าเป้าหมาย โดยได้คะแนนต่ำกว่าระดับ 3 ประกอบด้วย 5 ตัวชี้วัด ดังนี้
2.4.1 ตัวชี้วัดระดับความสำเร็จของร้อยละเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักตามเป้าหมายผลผลิต ของส่วนราชการ โดยกรมชลประทานเป็นเพียงส่วนราชการเดียวที่มีผลการดำเนินงานต่ำกว่าเป้าหมาย ได้แก่ โครงการขนาดกลางที่ดำเนินการ และรายการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยที่ดำเนินการ เนื่องจาก
- ปัจจัยภายนอก เช่น ฝนตกหนัก พื้นที่ก่อสร้างประสบอุทกภัย
- ปัญหาเรื่องที่ดิน ราษฎรไม่ยินยอม/เปลี่ยนใจไม่ให้ใช้พื้นที่ หรือราษฎรอยู่ระหว่างเก็บเกี่ยวพืชผลทางการเกษตร
- ผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติงานตามแผน ขาดสภาพคล่อง นำบุคลากร เครื่องจักรเครื่องมือเข้าปฏิบัติงานน้อยกว่าแผน
2.4.2 ตัวชี้วัดร้อยละของผลการเบิกจ่ายเงินงบประมาณรายจ่ายลงทุน ส่วนราชการที่มีผลการดำเนินงานต่ำกว่าเป้าหมาย ประกอบด้วย 9 ส่วนราชการ คือ สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ กรมปศุสัตว์ กรมประมง กรมวิชาการเกษตร กรมการข้าว สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และกรมส่งเสริมการเกษตร เนื่องจาก
- หน่วยงานภายนอกจัดทำแบบก่อสร้างให้ล่าช้ากว่าแผนที่กำหนด
- งบประมาณส่วนใหญ่เป็นงบประมาณรายการค่าซ่อมใหญ่อากาศยานไม่สามารถเบิกจ่ายได้ตามมติคณะรัฐมนตรี
- ความล่าช้าจากขั้นตอนการจัดทำรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะครุภัณฑ์/ครุภัณฑ์ระบบคอมพิวเตอร์/ครุภัณฑ์วิทยาศาสตร์/สิ่งก่อสร้าง มีความซับซ้อนและต้องใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และการดำเนินการจัดซื้อโดยวิธีประกวดราคาโดยวิธีอิเล็คทรอนิกส์มีหลายขั้นตอน
- มีการโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณปลายปีมาจัดซื้อครุภัณฑ์และสิ่งก่อสร้าง
- ได้รับการจัดสรรงบประมาณในรายการที่ดินและสิ่งก่อสร้างไม่เพียงพอกับสภาวการณ์ปัจจุบันทำให้ต้องปรับ/เปลี่ยนแปลงแบบแปลน/เปลี่ยนแผนการปฏิบัติงานจากจ้างเหมาเอกชนเป็นส่วนราชการดำเนินการเอง
2.4.3 ตัวชี้วัดร้อยละของการเบิกจ่ายเงินงบประมาณรายจ่ายภาพรวม ส่วนราชการที่มีผลการดำเนินงานต่ำกว่าเป้าหมาย ประกอบด้วย 9 ส่วนราชการ คือ สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ กรมประมง กรมวิชาการเกษตร กรมการข้าว กรมชลประทาน กรมพัฒนาที่ดิน และสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เนื่องจาก
- พื้นที่ก่อสร้างประสบปัญหาอุทกภัย
- เป็นหนี้ที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ ต้องดำเนินการกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี
- งบบุคลากรไม่สามารถเบิกจ่ายได้ทั้งหมดเนื่องจากการบรรจุแต่งตั้งยังไม่ครบถ้วน
- ความล่าช้าในการสรรหา/จ้างที่ปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
- โครงการผลิตข้าวจะเริ่มดำเนินการในช่วงนาปี ประมาณไตรมาสที่ 3 ต่อเนื่องปีงบประมาณ 2555
- เนื่องจากการกำหนดเป้าหมายการเบิกจ่ายในภาพรวมทั้งประเทศ กำหนดตามการเบิกจ่ายรายจ่ายประจำเป็นส่วนใหญ่ คือ งบรายจ่ายประจำประมาณ ร้อยละ 80 งบรายจ่ายลงทุนประมาณร้อยละ 20 แต่สัดส่วนงบประมาณของกรมชลประทานเป็นงบรายจ่ายลงทุนเป็นส่วนใหญ่ประมาณ ร้อยละ 82 และรายจ่ายประจำ ร้อยละ 18 ดังนั้นแม้กรมชลประทานจะเบิกจ่ายงบประจำได้ ร้อยละ 100 และเบิกจ่ายงบรายจ่ายลงทุนได้ตามเป้าหมายที่กำหนด แต่ก็ไม่สามารถเบิกจ่ายในภาพรวมได้ตามเป้าหมาย
2.4.4 ตัวชี้วัดร้อยละของการเบิกจ่ายเงินงบประมาณรายจ่ายเงินโครงการภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 ส่วนราชการที่มีผลการดำเนินงานต่ำกว่าเป้าหมาย ประกอบด้วย 4ส่วนราชการ คือ สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมปศุสัตว์ กรมประมง และกรมส่งเสริมการเกษตร เนื่องจาก
- ระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างผูกพันหลายหน่วยงาน
- ในการดำเนินงานโครงการตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2556 กรมส่งเสริมการเกษตรได้จัดสรรโครงการลงในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่จังหวัดสตูล ปัตตานี นราธิวาส และยะลา เนื่องจากในการดำเนินงานโครงการต้องมีการประชาคมเกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการเพื่อยืนยันการเข้าร่วมโครงการและปฏิบัติตามเงื่อนไขของโครงการ ส่งผลให้เกษตรกรมีการขอสละสิทธิ์ทำให้การดำเนินงานไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ จึงมีเงินเหลือจ่ายค่อนข้างสูง อีกทั้งพื้นที่มีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในชีวิตของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทำให้การปฏิบัติงานค่อนข้างลำบาก
2.4.5 ตัวชี้วัดร้อยละความสำเร็จของการเบิกจ่ายเงินงบประมาณตามแผนส่วนราชการที่มีผลการดำเนินงานต่ำกว่าเป้าหมาย ประกอบด้วย 9 ส่วนราชการ คือ สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ กรมประมง กรมวิชาการเกษตร กรมการข้าว กรมชลประทาน กรมพัฒนาที่ดิน และสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เนื่องจากการเบิกจ่ายงบประมาณขึ้นอยู่กับฤดูกาลผลิต เช่น การผลิตสัตว์น้ำ (เพาะพันธุ์และปล่อยลงสู่แหล่งน้ำ) เริ่มดำเนินการในไตรมาส 3 และ 4 เพราะเป็นช่วงฤดูฝน งานวิจัยในแปลงข้าว เริ่มดำเนินการในไตรมาส 3 และ 4 เพราะเป็นฤดูข้าวนาปี
2.4.6 ตัวชี้วัดระดับความสำเร็จของการควบคุมภายใน ส่วนราชการที่มีผลการดำเนินงานต่ำกว่าเป้าหมาย ประกอบด้วย 3 ส่วนราชการ คือ กรมปศุสัตว์ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และกรมส่งเสริมสหกรณ์ เนื่องจากส่วนงานย่อยของบางหน่วยงานมีการเปลี่ยนแปลงเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ ทำให้เจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการควบคุมภายในและการจัดทำรายงานตามแนวทางของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน
2.4.7 ตัวชี้วัดระดับความสำเร็จของการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA) กรมหม่อนไหมเป็นเพียงส่วนราชการเดียวที่มีผลการดำเนินงานต่ำกว่าเป้าหมาย เนื่องจากเป็นส่วนราชการที่จัดตั้งขึ้นใหม่ในปี 2554 ยังขาดความพร้อมในการดำเนินงานและบุคลากรขาดความเข้าใจต่อแนวทางการดำเนินงานตามเกณฑ์การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ รวมทั้งมีภารกิจที่สำคัญอื่นๆ ต้องเร่งดำเนินการทำให้การผลักดันการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ ไม่สามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง
1. ในการกำหนดตัวชี้วัด สำนักงาน ก.พ.ร. ควรพิจารณาเลือกเฉพาะตัวชี้วัดที่สำคัญและบูรณาการการประเมินผลกับหน่วยงานกลางอื่นๆ เพื่อให้การรายงานผลการปฏิบัติราชการเป็นเอกภาพและไม่เป็นภาระของส่วนราชการมากเกินไป

2. สำนักงาน ก.พ.ร. และหน่วยงานกลางอื่นๆ ควรเร่งรัดการพิจารณาการกำหนดตัวชี้วัดและเกณฑ์การประเมินให้แล้วเสร็จโดยเร็ว และจัดทำคู่มือการประเมินผลการปฏิบัติราชการตามคำรับรองการปฏิบัติราชการของส่วนราชการในแต่ละปีงบประมาณ เพื่อแจ้งส่วนราชการดำเนินการตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ ในกรณีที่มีการเพิ่ม/เปลี่ยนแปลงกรอบ และรายละเอียดการประเมินผลตัวชี้วัดสำนักงาน ก.พ.ร. ควรแจ้งให้ส่วนราชการทราบ ไม่เกินเดือนธันวาคม

3. สำนักงาน ก.พ.ร. และส่วนราชการควรเร่งรัดดำเนินการตามปฏิทินที่กำหนดไว้ โดยสำนักงาน ก.พ.ร. ควรแจ้งผลการตรวจสอบรายละเอียดตัวชี้วัดตามคำรับรองการปฏิบัติราชการประจำปีให้ทันตามปฏิทินที่กำหนดไว้ เพื่อส่วนราชการจะได้นำข้อสังเกต/ประเด็นที่ต้องแก้ไข ไปปรับปรุงรายละเอียดตัวชี้วัด และดำเนินการ รวมทั้งรายงานผลได้ถูกต้อง ครบถ้วน

4. สำนักงาน ก.พ.ร. ควรมีความชัดเจนเกี่ยวกับการกำหนดและการประเมินผลของตัวชี้วัด “ระดับความสำเร็จของร้อยละเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักในการดำเนินการตามแผนปฏิบัติราชการของกระทรวงที่มีเป้าหมายร่วมกันระหว่างกระทรวง” ตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ และควรกำหนดเป็นตัวชี้วัดของกระทรวงเฉพาะตัวชี้วัดที่สำคัญที่กระทรวงเป็นหน่วยงานหลักในการผลักดันให้บรรลุเป้าหมายในแต่ละยุทธศาสตร์โดยสอดคล้องกับงบประมาณที่ได้รับ รวมทั้งมีแผนการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงที่เกี่ยวข้องในแต่ละปีอย่างชัดเจน

5. ส่วนราชการควรเพิ่มเติมการรายงานผลโดยการระบุรายละเอียดของกิจกรรม รวมถึงปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะของการดำเนินงานที่สอดคล้องกับผลการดำเนินงาน ทั้งนี้ ควรนำข้อเสนอแนะสำหรับการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา มาพิจารณาทบทวนดำเนินการปรับปรุงแก้ไขอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้การดำเนินงานตามคำรับรองบรรลุวัตถุประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น

6. ส่วนราชการควรมีการติดตามความก้าวหน้าการเบิกจ่ายเงินงบประมาณ อย่างสม่ำเสมอรวมทั้งมีมาตรการอื่นๆ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ และเพื่อให้การเบิกจ่ายเงินงบประมาณรายจ่ายลงทุน/ภาพรวม/เงินโครงการลงทุนภายใต้แผนปฏิบัติราชการไทยเข้มแข็ง 2555 เป็นไปตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนด

7. ส่วนราชการควรมีการเร่งรัดการดำเนินการจัดหาครุภัณฑ์ ที่ดิน สิ่งก่อสร้างโดยเตรียมการ และจัดทำข้อกำหนด หรือเงื่อนไข หรือคุณลักษณะเฉพาะให้แล้วเสร็จ ตั้งแต่การจัดทำคำของบประมาณ และวางแผนการจัดซื้อจัดจ้าง ตั้งแต่ร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี ผ่านการพิจารณาจากสภาฯ วาระที่ 1 เพื่อให้สามารถเริ่มต้นกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างได้ตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ และสามารถเบิกจ่ายงบประมาณลงทุนส่วนใหญ่ได้ทันภายในปีงบประมาณ

5. รายงานการเงิน

ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ
1. จากการสอบทานรายงานการเบิกจ่ายงบประมาณจากระบบบริหารการเงินการคลังภาครัฐแบบอิเล็กทรอนิกส์ (GFMIS) ภาพรวมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยการเปรียบเทียบผลการเบิกจ่ายเงินงบประมาณกับงบประมาณที่ได้รับ กับเกณฑ์ตามมาตรการและแนวทางการเร่งรัดติดตามการใช้จ่ายเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 โดยเป้าหมายอัตราการเบิกจ่าย ณ สิ้นไตรมาสที่ 4 รายจ่ายลงทุนสะสมร้อยละ 72 รายจ่ายภาพรวมสะสมร้อยละ 93 มีดังนี้
1.1 ผลการเบิกจ่ายงบประมาณในภาพรวมของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นเงิน 67,535.93 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับงบประมาณที่ได้รับเป็นเงิน 75,450.01 ล้านบาท มีผลการเบิกจ่ายร้อยละ 89.51 น้อยกว่าร้อยละ 93 (ตาม มติ ค.ร.ม.) คิดเป็นร้อยละ 3.49
1.2 ผลการเบิกจ่ายงบลงทุนในภาพรวมของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นเงิน 31,755.10 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับงบประมาณที่ได้รับเป็นเงิน 38,487.20 ล้านบาท มีผลการเบิกจ่ายร้อยละ 82.51 มากกว่าร้อยละ 72 (ตาม มติ ค.ร.ม.) คิดเป็น ร้อยละ 10.51

2. จากการสอบทานรายงานผลการดำเนินงานทางด้านการเงิน (รายงานการเงิน) พบว่า
2.1 รายงานการเงินประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2554 ยังไม่ผ่านการตรวจสอบรับรองจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน
2.2 การวิเคราะห์ผลการดำเนินงานทางด้านการเงิน ไม่พบรายการที่เป็นสิ่งผิดปกติที่เป็นสาระสำคัญ
2.3 เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน/เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายใน ยังมีความเข้าใจ และมีทักษะในการปฏิบัติงาน/การตรวจสอบ ด้านการเงิน การบัญชี และการบันทึกข้อมูลในระบบ GFMIS ไม่เพียงพอ
2.4 เครื่อง GFMIS Terminal ที่ใช้ในการปฏิบัติงานของบางหน่วยงานมีไม่เพียงพอกับปริมาณงานที่มีจำนวนมาก ถึงแม้ว่ากรมบัญชีกลางจะมีระบบ GFMIS Web Online ให้หน่วยงานส่วนภูมิภาคใช้งานในระบบ GFMIS แล้ว
1. การสอบทานรายงานการเบิกจ่ายงบประมาณจากระบบบริหารการเงินการคลังภาครัฐแบบอิเล็กทรอนิกส์
- ส่วนราชการควรติดตามเร่งรัด และพิจารณาหาแนวทางแก้ไขปรับปรุง เพื่อให้การเบิกจ่ายเงินของส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทันภายในปีงบประมาณ
- หน่วยงานกลางควรพิจารณาจัดสรรงบประมาณให้สอดคล้องเพียงพอกับปริมาณงานที่ส่วนราชการดำเนินการ

2. การสอบทานรายงานผลการดำเนินงานทางด้านการเงิน (รายงานการเงิน)
ส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ส่วนราชการควรส่งเสริมสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเข้ารับการอบรมหลักสูตรที่เกี่ยวกับระบบ GFMIS จากกรมบัญชีกลาง รวมทั้ง ส่วนราชการควรจัดอบรม/ถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติสามารถปฏิบัติงานได้อย่างต่อเนื่อง ครบถ้วน และถูกต้อง
หน่วยงานกลาง
- หน่วยงานกลางที่เกี่ยวข้องควรพิจารณากรอบโครงสร้างของหน่วยงานในส่วนภูมิภาค โดยกำหนดให้มีตำแหน่งเจ้าหน้าที่/นักวิชาการเงินและบัญชี ที่จบวุฒิการศึกษาทางด้านการเงินและบัญชีโดยตรงมาปฏิบัติงานด้านการเงินการบัญชี
- กรมบัญชีกลางควรจัดอบรมเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและผู้ตรวจสอบภายในให้ทั่วถึงและต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานในระบบ GFMIS ได้อย่างถูกต้อง และพัฒนาระบบ GFMIS ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

6. การสอบทานกรณีพิเศษ

ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ
1. โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ท้อ อำเภอเมือง จังหวัดตาก

1. ผู้รับผิดชอบงานในพื้นที่เตรียมการแก้ไขปัญหาที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงฤดูฝน ปี 2554 ยังไม่เพียงพอเนื่องจากมีฝนตกมากกว่าปีปกติ

2. แผนงานก่อสร้าง ปี ๒๕๕๕ ประมาณ 40% รวมงานตามแผนที่ช้ากว่าแผนเดิมปี ๒๕๕๔ อีกประมาณ ๗.๘๖% จะต้องเสร็จภายในปีงบประมาณ พ.ศ. 2555


1. ควรเร่งรัดผลการดำเนินงานให้เป็นไปตามแผนงาน และเนื่องจากในปี 2555 ยังมีงานเกี่ยวกับการถมดินอีก จึงควรเตรียมความพร้อม หากเกิดฝนตกชุกเช่นเดียวกับปี 2554

2. ควรมีการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาการเกษตรบนพื้นที่ที่ได้รับประโยชน์จากอ่างเก็บน้ำ โดยการบูรณาการของหน่วยงานต่างๆ อย่างต่อเนื่อง

3. ควรเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำ เพื่อประโยชน์ในการเกษตรให้มากขึ้น เช่น การจัดทำระบบส่งน้ำที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่เพิ่มเติม
ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ
2. โครงการนิคมการเกษตร

1. การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานยังไม่สมบูรณ์ เช่น มีงบประมาณสร้างอ่างเก็บน้ำ แต่ไม่มีงบประมาณสร้างระบบส่งน้ำ

2. การจัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนโครงการยังไม่เป็นไปตามแผนบริหารโครงการ

3. เกษตรกรในโครงการยังไม่สามารถลดต้นทุนการผลิตและการสร้างมูลค่าเพิ่มผลผลิตได้


1. สำนักงบประมาณควรให้การสนับสนุนแผนงาน/โครงการเชิงบูรณาการของกระทรวง เพื่อให้สามารถดำเนินการได้ครบถ้วนตามแผนและเป้าหมายที่กำหนด

2. หน่วยงานที่ร่วมกิจกรรม ควรหาแนวทางและเทคนิคใหม่ ๆ เพื่อให้เกษตรกรยอมรับ เช่น การใช้เมล็ดพันธุ์ดี การปรับปรุงคุณภาพดิน เพื่อลดต้นทุนการผลิต รวมทั้งการนำการบริหารจัดการการผลิตให้ครบวงจรมากำหนดเป็นแนวทางในการดำเนินงานตามความเหมาะสมแต่ละพื้นที่

3. การคัดเลือกพื้นที่โดยการวิเคราะห์สภาพพื้นที่ ขนาดและความเหมาะสมเพื่อนำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนา ทั้งนี้พื้นที่ที่คัดเลือกควรเป็น
ตัวแทนของภาค เพื่อจะได้นำผลการวิจัยและพัฒนามาเป็นตัวอย่างที่ดีในการพัฒนาและส่งเสริมต่อไป

4. นิคมการเกษตรทั้งหมดกำหนดพืชเศรษฐกิจในลักษณะพืชเป้าหมาย ซึ่งมีผลต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน และควรมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันโดยเฉพาะอย่างยิ่งประสบการณ์จริงจากการปฏิบัติระหว่างชุมชนและเครือข่ายที่ประสบความสำเร็จ

7. การสอบทานกรณีอื่นๆ