Notice: Undefined index: ADMIN_USER in /var/www/paecthai.opdc.go.th/report/report_data.php on line 4 Notice: Undefined variable: HTTP_GET_VARS in /var/www/paecthai.opdc.go.th/report/Connections/adoconn.php on line 95 Notice: Undefined variable: HTTP_POST_VARS in /var/www/paecthai.opdc.go.th/report/Connections/adoconn.php on line 96 Notice: Undefined variable: HTTP_COOKIE_VARS in /var/www/paecthai.opdc.go.th/report/Connections/adoconn.php on line 97 Notice: Undefined variable: HTTP_SERVER_VARS in /var/www/paecthai.opdc.go.th/report/Connections/adoconn.php on line 101 Notice: Undefined index: action in /var/www/paecthai.opdc.go.th/report/report_data.php on line 20 Notice: Undefined index: report_data in /var/www/paecthai.opdc.go.th/report/adodb/Iakt/drivers/KT_adodb-mysqlt.inc.php on line 148 Notice: Undefined index: report_data in /var/www/paecthai.opdc.go.th/report/adodb/Iakt/drivers/KT_adodb-mysqlt.inc.php on line 150 Notice: Undefined index: action in /var/www/paecthai.opdc.go.th/report/report_data.php on line 44

รายงานผลการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 (รอบ 12 เดือน) ของ ?.?.?. ????????????????????

ผลการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการตามประเด็นการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ

ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ

1. การตรวจราชการ

ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ
จากการสอบทานการตรวจราชการ พบว่า ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม มีการตรวจติดตาม เร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณ โดยเน้นความถูกต้องตามระเบียบของทางราชการ ความโปร่งใส และมีประสิทธิภาพ ทำให้การเบิกจ่ายงบประมาณในส่วนภูมิภาคเป็นไปตามเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังกำหนด

นอกจากนี้ ยังพบว่า กระทรวงวัฒนธรรมมีการดำเนินกิจกรรม/โครงการด้านศาสนา ศิลปวัฒนธรรม จำนวนมากในแต่ละปี แต่การมีส่วนร่วมของประชาชนยังไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ เนื่องจากการประชาสัมพันธ์ผลงานยังไม่ครอบคลุมทุกกลุ่ม เป้าหมาย โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชน ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการสืบทอดและสืบสานศิลปวัฒนธรรมของชาติ อีกทั้งยังเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงในการรับรู้ข้อมูล ข่าวสาร จากสื่อในรูปแบบต่าง ๆ ที่มีทั้งสื่อร้ายและสื่อดี
1. กระทรวงวัฒนธรรม ควรกำหนดแผนประชาสัมพันธ์งาน/โครงการ ที่ดำเนินการทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค อย่างต่อเนื่อง โดยใช้สื่อประชาสัมพันธ์ในรูปแบบที่หลากหลาย และสามารถเข้าถึงได้ทุกกลุ่ม เป้าหมาย เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และตระหนักในคุณค่าของวัฒนธรรมไทย

2. การดำเนินงานโครงการต่าง ๆ ควรให้ความสำคัญกับเครือข่ายทั้งภาครัฐ เอกชน ชุมชน และประชาชน ได้เข้ามามีส่วนร่วม และมีบทบาทตามความเหมาะสมของสภาพพื้นที่ วัฒนธรรม ประเพณี ของแต่ละท้องถิ่น

3. กระทรวงวัฒนธรรมควรดำเนินโครงการที่สร้างความเข้มแข็งให้แก่สังคม โดยเริ่มจากสถาบันครอบครัวเป็นอันดับแรก เพื่อป้องกันปัญหาที่เกิดกับเยาวชน เช่น ปัญหายาเสพติด ปัญหาการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร
ฯลฯ

2. การตรวจสอบภายใน

ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ
1. ผู้ตรวจสอบภายใน มีความเป็นอิสระ รายงานผล
การตรวจสอบตรงต่อหัวหน้าส่วนราชการ มีความเที่ยงธรรม ความเชี่ยวชาญในการดำเนินงานอยู่ในระดับสูงมีความถี่ถ้วน รอบคอบ วิเคราะห์ปัญหา อุปสรรคของงานที่ตรวจสอบ พร้อมให้ข้อสังเกต/เสนอแนะแนวทางที่ถูกต้องตามระเบียบ กฎ ที่ชัดเจน ยังไม่ได้จัดให้มีการประเมินผลการดำเนินงานจากภายนอก

2. มีการประเมินความเสี่ยงของงานก่อนวางแผน
การตรวจสอบ มีข้อจำกัดโดยเฉพาะในเรื่องอัตรากำลังของผู้ตรวจสอบภายใน การตรวจสอบภายใน จึงเน้นการตรวจสอบความถูกต้องตามกฎ ระเบียบ การตรวจสอบในเรื่องการควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยง เริ่มมีการดำเนินการมากขึ้น การประเมินผลในด้านความคุ้มค่า ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ผลลัพธ์ที่สนองต่อยุทธศาสตร์ของกระทรวงฯ และมีผล ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในส่วนรวม ยังไม่ปรากฏชัดเจน

3. มีการจัดทำคู่มือการปฏิบัติงานด้านการเงิน
การบัญชี การพัสดุ โดยนำเอา ความผิดซ้ำซากของหน่วยปฏิบัติ มาชี้ให้เห็นถึงข้อผิดพลาด พร้อมเสนอแนะทางปฏิบัติที่ถูกต้องและระเบียบ กฎที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นแนวทาง ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการดำเนินงานการเงิน การบัญชี การพัสดุ ลดการปฏิบัติที่ผิดซ้ำซากลง
1. กลุ่มตรวจสอบภายในควรร่วมมือกันริเริ่ม
สร้างคู่มือการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการในเรื่องต่างๆขึ้นเป็นการเฉพาะ เช่นที่กลุ่มตรวจสอบภายในทำคู่มือปฏิบัติ ว่าด้วยการจ้างเหมาบริการบุคคลภายนอก คู่มือปฏิบัติ รู้ทันการเงิน การบัญชี การพัสดุ คู่มือปฏิบัติต่อจากนี้ คือ การพัฒนาระบบการควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยง คู่มือปฏิบัติเพื่อสร้างความคุ้มค่า คู่มือปฏิบัติเพื่อสร้างประสิทธิภาพ ประสิทธิผล คู่มือปฏิบัติเพื่อผลสัมฤทธิ์ตามตัวชี้วัดคำรับรองการปฏิบัติราชการ ฯลฯ

2. ควรเพิ่มอัตรากำลังของผู้ตรวจสอบภายใน
ของแต่ละหน่วยงานอีก 1-2 อัตรา จะมีผลต่อการขยายขอบเขตการตรวจสอบ เพื่อให้ครอบคลุมงานตรวจสอบทุกด้านมากยิ่งขึ้น

3. การปฏิบัติที่บกพร่องของเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ
ในด้านการเงิน การบัญชี การพัสดุ กลุ่มตรวจสอบภายในควรทำบันทึกโดยตรงถึงเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการและหัวหน้าหน่วยงาน ได้ทราบและระบุข้อปฏิบัติที่ถูกต้องโดยอ้างคู่มือรู้ทันการปฏิบัติงานการเงิน การบัญชี การพัสดุ ที่ได้จัดทำขึ้น

3. การควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยง

ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ
1. หน่วยงานในสังกัดกระทรวงวัฒนธรรมได้
จัดส่งรายงานการประเมินระบบควบคุมภายในครบทุกหน่วยงาน

2. การประเมินผลระบบควบคุมภายในของ
หน่วยงาน ในสังกัดกระทรวงวัฒนธรรม ยังพบจุดอ่อนที่มีนัยสำคัญ ซึ่งบางเรื่องเป็นจุดอ่อนหรือความเสี่ยงที่ต่อเนื่องจากปีก่อน ๆ ได้แก่
- ด้านบุคลากรเพื่อดำเนินงานตามภารกิจที่เพิ่มขึ้นตามกฎหมายซึ่งยังไม่มีโครงสร้างองค์กรรองรับ อัตรากำลัง บุคลากรที่ปฏิบัติราชการไม่มีทักษะในการปฏิบัติงานเพียงพอทั้งงานเฉพาะด้าน เช่น ด้านกฎหมาย การเงินและพัสดุ เป็นต้น
- งานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศยังไม่มีฐานข้อมูลการปฏิบัติงานที่ครบถ้วน
- การกำหนดแผนปรับปรุงยังไม่สอดคล้องกับความเสี่ยงที่มีอยู่และการจัดทำรายงานไม่ครอบคลุมทุกส่วนงานย่อย และบุคลากรยังไม่เข้าใจวัตถุประสงค์และไม่ดำเนินการอย่างจริงจัง
- การเบิกจ่ายงบประมาณล่าช้าในหน่วยงานที่มี งบลงทุนสูง
- ความปลอดภัยการรักษามรดกศิลปวัฒนธรรม รวมทั้งหนังสือโบราณที่ขาดแคลนอุปกรณ์อาคารสถานที่เก็บรักษา ความเสื่อมสภาพของมรดกศิลปวัฒนธรรม รวมถึงผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ
- ภารกิจตามกฎหมายที่ต้องดำเนินการ ยังต้องได้รับการสนับสนุน กำกับดูแลอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งพัฒนาทักษะของบุคลากร
- บุคลากรยังไม่เข้าใจและขาดการมีส่วนร่วมงานด้านการประกันคุณภาพการศึกษา
- การจัดกิจกรรมหรือโครงการมีการประชาสัมพันธ์ไม่ทั่วถึง สถานที่จัดกิจกรรมไม่สะดวกหรือไม่ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย
ทุกหน่วยงานควรเร่งรัดพัฒนาระบบการควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยง เน้นในกระบวนการโดยให้ทุกหน่วยงานกำหนด ผู้รับผิดชอบในงานการควบคุมภายในของหน่วยงานให้ชัดเจน จัดให้มีการประเมินความเสี่ยงของงานในขั้นแรก จัดให้มีการกำหนดงาน ที่มีความเสี่ยงสูงตามลำดับ นำงานที่มีความเสี่ยงสูงมาพิจารณาร่วมกันระหว่างกรรมการผู้รับผิดชอบงานควบคุมภายในกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการเจ้าของเรื่องและกลุ่มตรวจสอบภายในหาทางและดำเนินการแก้สาเหตุแห่งปัญหาความเสี่ยง เพื่อให้งานสามารถดำเนินงานไปได้ตามแผนงานอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล สนองตัวชี้วัด คำรับรองปฏิบัติราชการและมีผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศชาติ

4. การปฏิบัติราชการตามคำรับรองการปฏิบัติราชการ

ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ
1. ตัวชี้วัดของสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ในปีงบประมาณ พ.ศ.2554 เป็นการประเมินผลการปฏิบัติราชการร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) และสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ซึ่งจะไม่ใช่การประเมินผลของสำนักงาน ก.พ.ร. แล้ว

2. ข้อมูลเอกสารและกระบวนการในการดำเนินการตามคำรับรองและการรวบรวมผลการประเมินตามตัวชี้วัดค่อนข้างล่าช้า การตอบคำถามโดยผู้ปฏิบัติบางครั้งก็ให้ข้อมูลในเรื่องของปัญหา อุปสรรค ข้อจำกัด ค่อนข้างจะเหมือนกัน แต่ปัญหาจริง ๆ ในทางปฏิบัติอาจจะยังไม่ได้รับการอธิบายให้ชัดเจนเพียงพอ ต่อการเสนอแนะในการปรับปรุงแก้ไข ปัญหา อุปสรรค ข้อจำกัดนั้น ๆ ในปีต่อไป

3. การคำนวณคะแนนผลการดำเนินการภายใต้แต่ละมิติและแต่ละตัวชี้วัดของแต่ละกรมมีความผิดพลาดและคลาดเคลื่อนไม่ตรงกับความเป็นจริง ยกเว้นของสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ที่ไม่ได้ลงนามการปฏิบัติราชการตามคำรับรองของสำนักงาน ก.พ.ร.
1. กระทรวงวัฒนธรรม ควรเจรจาตกลงร่วมกันกับสำนักงาน ก.พ.ร. ในการกำหนดตัวชี้วัดคำรับรองการปฏิบัติราชการ โดยให้ส่วนหนึ่งของตัวชี้วัดเป็นตัวชี้วัดที่ทางหน่วยงานของกระทรวงเป็นผู้กำหนดเอง ด้วยหลักการที่ว่าไม่มีผู้ใดจะรู้จักงานและสภาพของงานเท่ากับเจ้าของงานที่เป็นผู้ปฏิบัติโดยตรง

2. ตัวชี้วัดภายใต้แต่ละประเด็นยุทธศาสตร์ ควรมีการบูรณาการร่วมกันระหว่างกระทรวง อีกทั้งตัวชี้วัดจะต้องเป็นตัวชี้วัดที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ และสะท้อนเป้าหมายตามประเด็นยุทธศาสตร์นั้นจริง ๆ นอกจากนั้น ตัวชี้วัดต่างๆ ควรมุ่งหรือโยงไปถึงการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของกระทรวง เพื่อช่วยให้การปฏิบัติตามคำรับรองมีผลสัมฤทธิ์ทางยุทธศาสตร์ตามหลัก Result – Based Management มากขึ้น

3. ส่วนราชการในสังกัดกระทรวงวัฒนธรรม ควรมีกระบวนการพัฒนางานตามกระบวนการของ PDCA

4. ควรได้รับการผลักดันและดูแลจากผู้บริหารระดับสูงและระดับกลางด้วยเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในเชิงรูปธรรม

5. กระทรวงวัฒนธรรม ควรกำหนดแนวทางการประเมินผลงานของสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ตามกรอบยุทธศาสตร์ของกระทรวงให้ชัดเจน

5. รายงานการเงิน

ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ
1. สอบทานรายงานการเบิกจ่ายเงินงบประมาณในรอบ 12 เดือน ของปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 พบว่า ภาพรวมกระทรวงวัฒนธรรมสามารถเบิกจ่ายได้ 84.04% ต่ำกว่าเป้าหมายที่มติคณะรัฐมนตรีกำหนดไว้ (93%) มีเพียง 1 กรม ที่สามารถเบิกจ่ายได้ตามมติคณะรัฐมนตรี คือ กรมการศาสนาเบิกจ่ายได้ 96.67% เนื่องจากไม่มีงบลงทุน สำหรับอีก 5 กรม เบิกจ่ายได้ต่ำกว่ามติคณะรัฐมนตรี คือ ระหว่าง 76.34 – 89.97%

2. ยังพบข้อคลาดเคลื่อนในการบันทึกบัญชี ซึ่งข้อคลาดเคลื่อนมีปริมาณที่ลดลง เมื่อเทียบกับปีที่ผ่าน ๆ มา ข้อคลาดเคลื่อนของรายการบัญชีที่ยังคงมีอยู่ เช่น บัญชีพักสินทรัพย์ต่าง ๆ ยังปรับปรุงไม่ครบถ้วน มีดุลบัญชีผิดปกติ ข้อคลาดเคลื่อนทางบัญชีส่วนใหญ่เกิดจากกรมที่มีหน่วยเบิกจ่ายในภูมิภาค ซึ่งปฏิบัติงานด้านบัญชีคลาดเคลื่อน ไม่มีการตรวจสอบหรือรายงานให้ส่วนกลางทราบเพื่อปรับปรุงภายในปีงบประมาณ
1. ผู้บริหารควรกำกับดูแลเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านบัญชีทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคให้มีการตรวจสอบข้อมูลการเงิน ในระบบ GFMIS โดยสม่ำเสมอในทุกกระบวนการปฏิบัติงานแต่ละระบบ เพื่อจะสามารถแก้ไขข้อคลาดเคลื่อนได้ง่ายหากพบภายในงวดนั้นๆ

2. ควรกำชับและติดตามให้มีการจัดทำบัญชีด้วยมือให้เป็นปัจจุบัน เพื่อเปรียบเทียบผลต่างระหว่าง ระบบมือและในระบบ GFMIS ในรายการบัญชีที่สำคัญในทุกสิ้นงวดบัญชี โดยถือปฏิบัติตามหนังสือกรมบัญชีกลาง ที่ กค 0410.3/ว 166 ลงวันที่ 11 พฤษภาคม 2550

3. ส่วนราชการที่มีบัญชีคลาดเคลื่อนคงค้างอยู่หลายรายการที่เป็นยอดยกมาจากปีงบประมาณก่อน ๆ และในงวดปัจจุบัน ควรเร่งรัดดำเนินการปรับปรุงแก้ไขให้เสร็จสิ้นในปีงบประมาณ 2555 เพื่อให้ งบการเงินภาพกระทรวงแสดงข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน

6. การสอบทานกรณีพิเศษ

ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ
6.1. โครงการวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชน

1. โครงการวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชนใน
พื้นที่ที่มีกลุ่มชาติพันธุ์ หรือ กลุ่มบุคคลที่มี อัตลักษณ์เฉพาะ ที่ชัดเจนมักมีแรงจูงใจให้มีการรวมตัวเพื่อเผยแพร่ ส่งเสริมประเพณีวัฒนธรรมของชุมชนให้ยั่งยืน ในขณะที่ชุมชนในพื้นที่ที่มีวัฒนธรรมหรืออัตลักษณ์ ทางวัฒนธรรมของชาติพันธุ์ไม่เฉพาะจะรวมตัวกันได้ยาก ไม่มีแรงจูงใจที่จะสนับสนุนก่อตั้งโครงการวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชนให้เข้มแข็ง

2. ในการปฏิบัติการบางครั้งคนในชุมชนยัง
ไม่เข้าใจ แม้จะมีการอบรมประกอบกับการขาดแคลนบุคลากร จึงทำให้เกิดความท้อแท้หรือ เฉื่อยชาไป

3. โครงการวัฒนธรรมไทยสายชุมชนที่ตั้ง
เป็น “โครงการ” ทำให้มองภาพว่าจะมีระยะเวลาที่สิ้นสุดโครงการไม่ยั่งยืน ทำให้ชุมชนขาดการวางแผนในการดำเนินงานระยะยาว

4. การตั้งโครงการวัฒนธรรมไทยสายใย
ชุมชนที่ผ่านมา กรมส่งเสริมวัฒนธรรมเน้นปริมาณขยายการจัดตั้งโครงการวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชนทั่วประเทศโดยไม่ได้คำนึงถึงคุณภาพ ความพร้อมของชุมชนไม่มีการพิจารณาว่าชุมชนใดมีความพร้อมค่อยประกาศจัดตั้ง ทำให้มีโครงการฯ บางแห่งจัดตั้งแล้วไม่ได้มีการดูแลอย่างต่อเนื่องหรือพัฒนา

5. กรมต่างๆ ในกระทรวงมีกิจกรรมที่ส่งเสริมวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชนหลากหลายรูปแบบ และไม่มีการบูรณาการการใช้งบประมาณ อาคารสถานที่กันมากเท่าที่ควร




1. ควรมีงานศึกษาวิจัยถึงปัจจัยหลักของการส่งเสริมโครงการวัฒนธรรมสายใยชุมชนที่ทำให้ประชาชนในชุมชนมีความตระหนัก ภาคภูมิใจ เห็นค่าและมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และเผยแพร่วัฒนธรรมของชุมชนอย่างแท้จริง รวมทั้งมีการกำหนดรูปแบบ วิธีการ ส่งเสริมงาน แต่ละด้านอย่างชัดเจน และเปิดโอกาสให้หน่วยงานอื่นได้มีโอกาส มีส่วนร่วมดำเนินการในสาระที่สอดคล้องกับ ความต้องการของท้องถิ่น

2. การนิเทศติดตามผลของเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมวัฒนธรรม และนักวิชาการวัฒนธรรมจังหวัด ควรดำเนินการเพื่อไปติดตาม รวมทั้งให้ความรู้แก่ชุมชนอย่างสม่ำเสมอ

3. ควรเปลี่ยนจาก “โครงการ” เป็นศูนย์วัฒนธรรมไทยสายใยชุมชน จะทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องรู้สึกว่าเป็นกิจกรรมถาวร เกิดการวางแผน การดำเนินงานระยะยาว

4. การพัฒนาโครงการนี้ให้เป็นไปอย่างมีคุณค่ามีประสิทธิภาพ ควรพิจารณาถึงการส่งเสริมที่เน้นเรื่องคุณภาพมากกว่าปริมาณ เมื่อชุมชนตระหนัก ในประโยชน์และคุณค่า จะเป็นแรงจูงใจให้ชุมชนอื่น ๆ อยากจัดตั้งเพื่อความเข้มแข็งของชุมชนตนเอง

5. ควรพิจารณาว่าโครงการวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชน คือเวทีการส่งเสริมวัฒนธรรมของชุมชนและบูรณาการงานของกระทรวงวัฒนธรรมทุกด้านในชุมชนที่เป็นรูปธรรมมากกว่าที่แต่ละหน่วยงานจะดำเนินการโดยไม่มีการบูรณาการร่วมกัน
ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ
6.2 โครงการฟื้นฟูบูรณะโบราณสถานจากเหตุอุทกภัย : ลักษณะงานซ่อมแซมบูรณะ และปรับปรุงภูมิทัศน์ โบราณสถาน สิ่งปลูกสร้าง และสิ่งอำนวยความสะดวกในเขตพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย

โครงการฟื้นฟูบูรณะโบราณสถานจากเหตุอุทกภัย งานซ่อมแซม บูรณะ และปรับปรุงภูมิทัศน์โบราณสถาน สิ่งปลูกสร้าง และสิ่งอำนวยความสะดวกในเขตพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย จังหวัดนครราชสีมา เป็นโครงการที่มีเป้าหมายหลักในการฟื้นฟูบูรณะโบราณสถาน สร้างความมั่นคงและแหล่งเรียนรู้และเผยแพร่ประวัติศาสตร์ ทั้งการบำรุงดูแลรักษาโบราณสถาน เพื่อให้ทรัพย์สินมรดกของชาติสืบทอดคงอยู่ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาและภูมิใจในศิลปวัฒนธรรมของชาติ และส่งผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ

1. ผลการดำเนินงาน ส่วนใหญ่สามารถดำเนินการได้ตามแผน ยกเว้นการส่งมอบงานและเบิกจ่ายเงินได้เพียงจำนวน 3 งวดงาน ซึ่งไม่เป็นไปตามระยะเวลาแผนดำเนินโครงการของสัญญาที่จะต้องส่งมอบงานภายในเดือนธันวาคม 2554 รวม 6 งวดงาน สาเหตุเนื่องจาก เป็นช่วงฤดูฝน มีน้ำท่วมขังทำให้การปฏิบัติงานเทฐานรากเพื่อเสริมความมั่นคงโบราณสถานล่าช้า นอกจากนี้ การปฏิบัติงานจริงภาคสนามไม่เป็นไปตามรูปแบบรายการ ซึ่งจะต้องมีการปรับเปลี่ยนและเสนอ ขออนุมัติจากคณะกรรมการและผู้มีอำนาจก่อน

2. การบูรณะล่าช้าไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
ของโครงการมีผลกระทบต่อประสิทธิภาพและประสิทธิผลการดำเนินงาน คือ
- มีความเสี่ยงที่อาจจะเกิดความเสียหายแก่
โบราณสถานจากเหตุอุทกภัย
- กระทบต่อแหล่งท่องเที่ยว และเรียนรู้ทาง
วัฒนธรรม
- ส่งผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยเฉพาะ
การจ้างแรงงาน หรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ในท้องถิ่น




คณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผลประจำกระทรวงวัฒนธรรม มีข้อคิดเห็นที่จะเป็นประโยชน์การดำเนินงานของโครงการต่อไป ดังนี้

1. ผู้บริหารที่มีหน้าที่รับผิดชอบโครงการฯควรกำกับและเร่งรัดการดำเนินงานของหน่วยงาน โดยให้มีการติดตามความก้าวหน้าระหว่างงวดงาน และรายงานผู้บริหารให้ทราบเมื่อมีปัญหาอุปสรรค เพื่อที่จะสามารถแก้ไขได้ทันการ

2. หน่วยงานควรประชาสัมพันธ์แหล่งโบราณสถานที่ได้บูรณะแล้วเป็นแหล่งท่องเที่ยวตามวัตถุประสงค์ของโครงการฯ

3. ควรแสวงหาความร่วมมือจากภาคธุรกิจและเอกชนในการป้องกันอุทกภัย การบูรณะ ซ่อมบำรุงอย่างสม่ำเสมอด้วย

4. ส่งเสริมให้แหล่งโบราณสถานเป็นแหล่งเรียนรู้ของเยาวชนและประชาชน

7. การสอบทานกรณีอื่นๆ