Notice: Undefined index: ADMIN_USER in /var/www/paecthai.opdc.go.th/report/report_data.php on line 4 Notice: Undefined variable: HTTP_GET_VARS in /var/www/paecthai.opdc.go.th/report/Connections/adoconn.php on line 95 Notice: Undefined variable: HTTP_POST_VARS in /var/www/paecthai.opdc.go.th/report/Connections/adoconn.php on line 96 Notice: Undefined variable: HTTP_COOKIE_VARS in /var/www/paecthai.opdc.go.th/report/Connections/adoconn.php on line 97 Notice: Undefined variable: HTTP_SERVER_VARS in /var/www/paecthai.opdc.go.th/report/Connections/adoconn.php on line 101 Notice: Undefined index: action in /var/www/paecthai.opdc.go.th/report/report_data.php on line 20 Notice: Undefined index: report_data in /var/www/paecthai.opdc.go.th/report/adodb/Iakt/drivers/KT_adodb-mysqlt.inc.php on line 148 Notice: Undefined index: report_data in /var/www/paecthai.opdc.go.th/report/adodb/Iakt/drivers/KT_adodb-mysqlt.inc.php on line 150 Notice: Undefined index: action in /var/www/paecthai.opdc.go.th/report/report_data.php on line 44 รายงานผลการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 (รอบ 12 เดือน) ของคณะอนุกรรมการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ กลุ่มจังหวัดคณะที่ 1

รายงานผลการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 (รอบ 12 เดือน) ของ ?.?.?.?. ?????????????????? 1

ผลการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการตามประเด็นการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ

ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ

1. การตรวจราชการ

ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ
1. การตรวจราชการแบบบูรณาการ ภายใต้ประเด็นนโยบายสำคัญ 5 ประเด็น จำนวนทั้งหมด 55 โครงการ มีโครงการภายใต้ประเด็นนโยบายสังคมและคุณภาพชีวิต จำนวน 29 โครงการ แต่ในขณะที่ประเด็นนโยบายด้านการสนับสนุนหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมี 5 โครงการ และการสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตรมี 4 โครงการ ซึ่งทำให้ผลการตรวจติดตามของผู้ตรวจราชการกระทรวงอาจยังไม่สามารถสะท้อนผลสัมฤทธิ์ของประเด็นนโยบายได้อย่างมีนัยสำคัญ

2. ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรียังไม่สามารถบูรณาการโครงการตามแผนพัฒนาจังหวัด/กลุ่มจังหวัด กับโครงการของกระทรวง (Function) และโครงการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (Local) ได้

3. การบูรณาการโครงการตามแผนพัฒนาจังหวัด/กลุ่มจังหวัดของผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี บูรณาการได้เฉพาะกิจกรรม/กลุ่มเป้าหมายเฉพาะด้าน แต่ยังไม่อาจบ่งชี้ได้อย่างชัดเจนว่า จะสามารถผลักดันให้หน่วยงานนำ Value Chain มาพิจารณาในการบูรณาการแผนงาน/โครงการร่วมกันก่อนการเสนอของบประมาณในปีต่อไป

4. การบูรณาการโครงการสำคัญเฉพาะพื้นที่ (Specific Area) เพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีการตรวจติดตามในแต่ละประเด็นเพียง ๑-๒ จังหวัด อาจยังได้ข้อมูลไม่เพียงพอสำหรับการกำหนดรูปแบบที่เป็น Best Practice เพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะพื้นที่ในแต่ละประเด็นได้อย่างครบถ้วน

5. การประเมินความเสี่ยงและการกำหนดแนวทางจัดการกับความเสี่ยงของหน่วยรับตรวจ และข้อเสนอแนะในการจัดการความเสี่ยงของผู้ตรวจราชการบางกระทรวงยังไม่สอดคล้องกัน
1. สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และกระทรวงต่างๆ ควรจะต้องมีการทบทวนแนวทางการคัดเลือกโครงการเข้าร่วมตรวจแบบบูรณาการ

2. ควรมีการอบรมสัมมนาเพื่อให้ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับ Value Chain ให้กับจังหวัด/กลุ่มจังหวัด อย่างต่อเนื่อง

3. ควรมีการทบทวนกระบวนการจัดทำแผนปฏิบัติการของจังหวัด/กลุ่มจังหวัด ในปีต่อๆ ไป โดยให้ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรีได้เข้าไปมีส่วนร่วมในกระบวนการบูรณาการตั้งแต่เริ่มต้น

4. ควรกำหนดเกณฑ์ในการบูรณาการโครงการสำคัญเฉพาะพื้นที่ (Specific Area) ให้ชัดเจน โดยเฉพาะควรบูรณาการในเรื่องที่มีผลกระทบในเกือบทุกภาคของประเทศ

5. ควรมีการฝึกอบรมและจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการเรื่องการประเมินความเสี่ยงให้กับเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบให้มีความรู้และความเข้าใจอย่างน้อยปีละครั้งในช่วงต้นปีงบประมาณ

2. การตรวจสอบภายใน

ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ
1.ผู้ตรวจสอบภายในจังหวัดในภาพรวมมีการปฏิบัติงานเป็นไปตามมาตรฐานการตรวจสอบภายในของส่วนราชการที่กรมบัญชีกลางกำหนด

2. การวางแผนการตรวจสอบตามผลการประเมินความเสี่ยงของจังหวัดด้านต่างๆ ได้แก่ ด้านการเงินการบัญชีและด้านการปฏิบัติตามข้อกำหนด ร้อยละ ๖๘ ด้านการดำเนินงาน ร้อยละ ๒๗ และด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ(ตรวจสอบระบบ POC) เพียงร้อยละ ๕ ตามอัตรากำลังที่มีอยู่ ๑-๓ คน และบางจังหวัดมีการปรับแผนการตรวจสอบที่มีการปรับลดจำนวนหน่วยงาน/โครงการที่ตรวจสอบ และการตรวจสอบด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ(ตรวจสอบระบบ POC)

3. ส่วนราชการประจำจังหวัดส่วนใหญ่ยังคงปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบของทางราชการไม่ครบถ้วนในด้านการเงิน การบัญชี และการพัสดุ เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ

4. ส่วนราชการประจำจังหวัดนำเข้าข้อมูลในระบบ POC ไม่ครบถ้วนและเป็นปัจจุบัน

5 ผู้ตรวจสอบภายในจังหวัดมีโครงสร้างองค์กร อยู่ภายใต้สำนักงานจังหวัด ทำให้ไม่มีความเป็นอิสระในการปฏิบัติงาน และไม่มีแรงจูงใจในการปฏิบัติงาน ทำให้มีการโยกย้ายไปดำรงตำแหน่งอื่นที่มีความก้าวหน้ามากกว่า
1. กรมบัญชีกลางควรกำหนดโครงการในการฝึกอบรมให้ผู้ตรวจสอบภายในทุกๆ ปีงบประมาณ เนื่องจากในบางจังหวัด อาจจะมีการบรรจุผู้ตรวจสอบภายในใหม่ ซึ่งอาจจะไม่มีความรู้ในด้านนี้มาก่อน

2. ผู้ตรวจสอบภายในทุกจังหวัดควรวางแผนตรวจสอบด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ

3. กรมบัญชีกลางควรสนับสนุนให้สำนักงานคลังจังหวัดจัดอบรมด้านการเงิน การบัญชี และ การพัสดุให้กับบุคลากรของส่วนราชการประจำจังหวัดเป็นประจำทุกปี

4.ปรับปรุงระบบฐานข้อมูลของศูนย์ปฏิบัติการจังหวัด (POC) ให้สามารถบันทึกข้อมูลได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว

5 กำหนดให้ผู้ตรวจสอบภายในจังหวัดมีโครงสร้างองค์กรขึ้นตรงต่อผู้ว่าราชการจังหวัด รวมทั้งจัดสรรงบประมาณและอัตรากำลังเป็นการเฉพาะแยกต่างหากจากสำนักงานจังหวัด

3. การควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยง

ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ
1. ส่วนใหญ่พบความเสี่ยงจากทั้งภายในและภายนอก โดยความเสี่ยงภายใน เช่น บุคลากรมีจำนวนน้อยและมีการโยกย้ายบ่อย ทำให้มีความรู้และทักษะในงานที่รับผิดชอบไม่เพียงพอ เป็นต้น สำหรับความเสี่ยงภายนอก เช่น ประชาชน/เกษตรกร/เอกชน/ท้องถิ่น/ผู้รับบริการไม่ให้ความร่วมมือกับส่วนราชการ และภารกิจสนับสนุน ส่วนใหญ่พบความเสี่ยงจากภายใน เช่น บุคลากรมีจำนวนน้อยและโยกย้ายบ่อย เป็นต้น

2. ส่วนราชการประจำจังหวัดมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยงไม่เพียงพอ ทำให้การประเมินความเสี่ยงไม่ครอบคลุมภารกิจหลัก/ยุทธศาสตร์ ที่สำคัญของส่วนราชการ และบุคลากรปฏิบัติตามแผนการปรับปรุงการควบคุมภายในไม่ครบถ้วน
1. ความเสี่ยงภายในของจังหวัด ส่วนราชการส่วนกลางต้นสังกัดควรได้มีการประมวลผลความเสี่ยงภาพรวมของทุกจังหวัด เพื่อกำหนดวิธีการควบคุมความเสี่ยงของส่วนราชการในเชิงนโยบายที่เป็นรูปธรรม ส่วนความเสี่ยงภายนอก จังหวัดควรจัดทำแผนการประชาสัมพันธ์ที่เน้นในเรื่องการทำความเข้าใจกับผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่องและหลายช่องทาง

2. จังหวัดควรจัดให้มีกิจกรรมการบริหารจัดการความรู้ (Knowledge Management : KM) เรื่องการควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยง

4. การปฏิบัติราชการตามคำรับรองการปฏิบัติราชการ

ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ
ในบางตัวชี้วัด จังหวัดไม่สามารถ กำกับ ดูแล ผลการดำเนินการให้เป็นไปตามที่กำหนดได้ เนื่องจากมีปัจจัยภายนอกหลายตัวที่เป็นตัวกำหนด 1. ตัวชี้วัดของจังหวัดมีจำนวนมาก ประกอบกับมีตัวชี้วัด ที่หลายกระทรวงร่วมรับผิดชอบ ซึ่งขณะนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดมิได้มีอำนาจบังคับบัญชา โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เป็นหน่วยงานส่วนกลาง ซึ่งในเรื่องนี้เป็นปัญหาทางด้านโครงสร้างของจังหวัด จึงควรที่จะต้องมีการผลักดันและแก้ไขปัญหาเพื่อให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ของจังหวัด ที่จะทำให้เกิดประโยชน์ร่วมกัน

2. ผู้บริหารระดับสูงของจังหวัด ควรให้ความสำคัญ และกำกับให้เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบดำเนินการติดตามผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดของจังหวัดอย่างสม่ำเสมอ และควรมีการปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน รวมทั้งเร่งรัดให้มีการดำเนินการให้เป็นไปตามเป้าหมาย

5. รายงานการเงิน

ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ
1. มีบางจังหวัดยังจัดทำรายงานการเงินของจังหวัดในฐานะเจ้าของงบประมาณไม่ถูกต้องครบถ้วนตามรูปแบบที่กรมบัญชีกลางกำหนด และเจ้าหน้าที่การเงินและบัญชีมีความรู้เกี่ยวกับการจัดทำรายงานการเงินและการวิเคราะห์งบการเงินไม่เพียงพอ

2. บางจังหวัดรายงานผลการเบิกจ่ายโดยไม่แสดงงบประมาณที่ได้รับการจัดสรร ทำให้ไม่ทราบว่ามีการเบิกจ่ายเป็นร้อยละเท่าใดของงบประมาณที่ได้รับการจัดสรร

3.ผู้ปฏิบัติงานด้านการเงินของสำนักงานจังหวัดมีเพียง 1 คน แต่ต้องรับผิดชอบงานการเงินและบัญชีของหลายหน่วยงาน ทำให้งานล่าช้าหรือมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น
1. กรมบัญชีกลางควรจัดอบรมให้กับเจ้าหน้าที่การเงินและบัญชีของสำนักงานจังหวัดในเรื่องการจัดทำรายงานการเงินและการวิเคราะห์งบการเงินตามรูปแบบที่กำหนด

2. หัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดควรกำกับดูแลให้เจ้าหน้าที่การเงินและบัญชีส่ง
เอกสารทางด้านการเงินให้สำนักงานจังหวัดเพื่อบันทึกบัญชีให้ครบถ้วนและถูกต้องภายในสิ้นปีงบประมาณแต่ละปี

3. กระทรวงมหาดไทยควรสนับสนุนอัตรากำลังของเจ้าหน้าที่ด้านการเงินและบัญชีของสำนักงานจังหวัดให้เพียงพอและเหมาะสมกับปริมาณงาน

6. การสอบทานกรณีพิเศษ

ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ
1. แผนงานปรับปรุงประสิทธิภาพระบบการกระจายน้ำ พัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็กเพื่อการเกษตร น้ำเพื่ออุตสาหกรรม และประสิทธิภาพการผลิตภาคเกษตร

1. การปฏิบัติงานตามแผนงาน/โครงการด้านการบริหารจัดการน้ำของหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องมีการบูรณาการยังไม่เพียงพอ ซึ่งเป็นปัญหาดั้งเดิมและต่อเนื่องตลอดมา และยังไม่สามารถแก้ไขให้ลุล่วงไปได้ รวมทั้งการมีส่วนร่วมของประชาชนในการแสดงความคิดเห็นก่อนการจัดทำโครงการ และการบริหารจัดการน้ำยังมีไม่เพียงพอ

2. ในหลายพื้นที่พบว่า แผนงาน/โครงการพัฒนาแหล่งน้ำในหลายพื้นที่ประชาชนที่ได้รับประโยชน์มีจำนวนน้อย ไม่คุ้มค่ากับการลงทุน รวมถึงแผนงาน/โครงการด้านการพัฒนาแหล่งน้ำที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณยังกระจายตัวไม่ทั่วถึงเท่าที่ควร



1. จังหวัดควรให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของจังหวัด โดยจัดทำแผนงาน/โครงการด้านการพัฒนาแหล่งน้ำและจัดสรรงบประมาณให้เหมาะสม

2. แผนงาน/โครงการด้านแหล่งน้ำโดยส่วนใหญ่เป็นการดำเนินการเฉพาะพื้นที่ซึ่งยังขาดการศึกษาวิเคราะห์ให้เกิดการบูรณาการในภาพรวม รวมทั้งขาดการวิเคราะห์จำนวนประชาชนที่ได้รับประโยชน์จากแหล่งน้ำอย่างแท้จริง ทั้งนี้อาจกำหนดเป็นเงื่อนไขสำคัญในการพิจารณาจัดสรรงบประมาณต่อไป

3. หน่วยงานเจ้าของโครงการควรจะต้องดำเนินการส่งเสริม สนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยการจัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำและเข้าไปเป็นพี่เลี้ยงในการจัดระบบการบริหารจัดการแหล่งน้ำของกลุ่มเพื่อให้ทุกคนได้มีส่วนรับผิดชอบ

4. ในการตรวจติดตามโครงการระบบส่งน้ำระบายน้ำและอาคารประกอบอ่างเก็บน้ำ คลองใหญ่ (ระยะที่ ๑) อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง พบว่าปัญหาอุปสรรคส่วนหนึ่งเกิดจากความล่าช้าในการจัดหาที่ดิน ดังนั้น โครงการชลประทานจังหวัดควรสำรวจความต้องการของประชาชนในพื้นที่ พร้อมทั้งจัดทำข้อตกลงกับเจ้าของพื้นที่ และจัดทำเป็นเอกสารหลักฐานที่ชัดเจนก่อนการจัดทำโครงการ และควรมีระบบการจัดสรรน้ำให้มีความสมดุลระหว่างพื้นที่โรงงานอุตสาหกรรมกับพื้นที่การเกษตร เพื่อมิให้เกิดปัญหาความขัดแย้งกรณีโรงงานอุตสาหกรรมแย่งน้ำเพื่อการเกษตร
ข้อค้นพบ ข้อเสนอแนะ
2. แผนงาน/โครงการด้านการค้าชายแดน

จังหวัดสระแก้วมีแผนงานการจัดทำโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษไทย - กัมพูชาในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว เพื่อพัฒนาการค้าในภูมิภาคตะวันออกของไทยสู่ประเทศแถบอินโดจีนผ่านประเทศกัมพูชา และเป็นการพัฒนาจังหวัดสระแก้วให้เป็นศูนย์กลางการค้าชายแดนไทย – กัมพูชา ซึ่งเป็นแผนงาน ที่มีความเหมาะสมและสามารถตอบสนองยุทธศาสตร์ด้านการค้าชายแดน และจะสามารถส่งเสริมการค้า การลงทุน รวมทั้งการท่องเที่ยวระหว่างประเทศได้มากยิ่งขึ้น


1. การออกกฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการค้าชายแดนโดยหน่วยงานส่วนกลาง ในบางกรณีอาจไม่สอดคล้องกับสภาพพื้นที่

2. จังหวัดควรส่งเสริมให้บุคลากรที่ปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับการค้าชายแดนได้รับการฝึกอบรมเพิ่มเติมในด้านโลจิสติกส์ และด้านภาษา

3.หน่วยงานส่วนกลางควรพิจารณาให้ความสำคัญกับการจัดสรรงบประมาณลงสู่จังหวัดให้สอดคล้องกับประเด็นยุทธศาสตร์สำคัญของจังหวัดมากยิ่งขึ้น

4. จังหวัดสระแก้วได้มีการจัดสร้างซุ้มประตูเมือง พรมแดนคลองลึก – ปอยเปต ด่าน ตม.อรัญประเทศ ทำให้สามารถสร้างความสนใจให้กับนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ดังนั้น จังหวัดที่มีด่านการค้าชายแดนอื่นๆ ควรจัดทำซุ้มประตูเพื่อให้เป็นเอกลักษณ์ของประเทศไทยตามแนวทางที่จังหวัดสระแก้วได้ดำเนินการแล้ว โดยนำแนวทางดังกล่าวไปพิจารณาดำเนินการตามความเหมาะสมของพื้นที่

7. การสอบทานกรณีอื่นๆ